ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
OlaChillOlaChill
National Route 393 Otaru – เส้นทางหิมะที่สวยที่สุดใน Hokkaido
Hokkaido

National Route 393 Otaru – เส้นทางหิมะที่สวยที่สุดใน Hokkaido

คู่มือฉบับสมบูรณ์ Route 393 Otaru, Hokkaido เวลาที่ดีที่สุด วิธีเดินทาง จุด Check-in และตารางเที่ยวแนะนำ

6 ก.พ. 2569·✍️ olablog·⏱ 2 นาทีในการอ่าน

แชร์:FacebookXLINE
← กลับสู่บล็อก
⚡ คำตอบสั้น ๆ

คู่มือฉบับสมบูรณ์ Route 393 Otaru, Hokkaido เวลาที่ดีที่สุด วิธีเดินทาง จุด Check-in และตารางเที่ยวแนะนำ

📍 ภูมิภาคปัจจุบัน: ฮอกไกโด
ฮอกไกโดโทโฮกุคันโตชูบุชูบุคันไซคันไซชูโกกุชิโกกุคิวชูฮอกไกโดโทโฮกุคันโตชูบุคันไซชูโกกุชิโกกุคิวชูOkinawaโอกินาว่า

แตะภูมิภาคเพื่อดูบทความ

ญี่ปุ่นคือจุดหมายในฝันของคนรักธรรมชาติ – และ Route 393 Otaru ใน ฮอกไกโด คือหนึ่งในผลงานชิ้นเอกของแดนอาทิตย์อุทัยที่มอบให้กับโลกใบนี้ การเดินทางสู่ Route 393 Otaru ไม่ใช่แค่ทริปธรรมดา แต่คือการดำดิ่งสู่ความงามบริสุทธิ์ของธรรมชาติ ที่ทุกมุมมองล้วนทำให้คุณอยากหยุดรถ หายใจลึกๆ แล้วพูดกับตัวเองว่า "สวยจริงๆ วะ"

1. ความงามของ Route 393 Otaru

Route 393 Otaru โด่งดังด้วยทัศนียภาพที่หาชมได้ยากยิ่งในโลก เมื่อคุณมาถึงที่นี่ ความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติจะโอบล้อมคุณในทันที ฮอกไกโดทอดตัวกว้างไกลราวกับภาพวาดสีน้ำมันขนาดยักษ์ที่มีเพียงพระหัตถ์ของธรรมชาติเท่านั้นที่สร้างได้ แสงแดดเปลี่ยนโทนสีตลอดทั้งวัน ตั้งแต่แสงทองยามเช้าจรดสีม่วงชมพูของพระอาทิตย์ตก แต่ละช่วงเวลามีเสน่ห์เฉพาะตัวที่ไม่มีวันซ้ำกัน

เส้นทางที่นำไปสู่ Route 393 Otaru ก็คือส่วนหนึ่งของประสบการณ์ที่ขาดไม่ได้ คดเคี้ยวผ่านเนินเขา พาดผ่านทุ่งกว้าง และเลียบไหล่เขา เส้นทางเหล่านี้มอบความรู้สึกที่ติดใจไม่รู้ลืมให้กับผู้ขับขี่ นักท่องเที่ยวหลายคนบอกว่าการมาที่นี่ไม่ใช่แค่การไปถึงจุดหมาย แต่คือ Road Trip ที่สนุกตั้งแต่ต้นทางจนถึงปลายทาง

2. จุด Check-in ที่ห้ามพลาดเด็ดขาด

บริเวณ Route 393 Otaru และฮอกไกโดเต็มไปด้วยจุดชมวิวสุดปัง ทั้งจุดที่ดังระดับโลกและมุมซ่อนลับที่รู้จักกันแค่ในหมู่คนท้องถิ่น นี่คือจุดที่ต้องแวะโดยเด็ดขาด:

  • จุดชมวิวหลัก: ให้มุมมอง 180 องศาของ Route 393 Otaru ทั้งฉาก ช่วงพระอาทิตย์ขึ้นและตกดินที่นี่ถูกโหวตให้สวยที่สุดในพื้นที่

  • ถนนต้นไม้ใหญ่: แนวต้นไม้อายุนับร้อยปีสร้างอุโมงค์สีเขียวร่มรื่น สวยเป็นพิเศษในหน้าหนาวที่กิ่งก้านปกคลุมด้วยหิมะขาว และในหน้าใบไม้ร่วงที่ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีแดงส้มเหลือง

  • จุดสะท้อนน้ำ: ทะเลสาบหรือแม่น้ำใกล้เคียงสะท้อนภาพทิวทัศน์ราวกระจกยักษ์ สร้างภาพถ่ายสมมาตรที่สวยงามเกินคาด

  • จุดสูงสุดชมวิว Panorama: ปีนขึ้นไปยังจุดสูงสุดในบริเวณนี้เพื่อมองเห็นฮอกไกโดอันยิ่งใหญ่แบบ 360 องศา

3. ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเยือน

แต่ละฤดูกาลมอบเสน่ห์ที่แตกต่างกันให้กับ Route 393 Otaru แต่ช่วงเวลาที่เหมาะที่สุดคือ เดือนพฤศจิกายน และ กุมภาพันธ์ ในช่วงนี้:

  • สภาพอากาศนิ่งที่สุดในรอบปี เหมาะสำหรับการขับรถและชมวิว
  • ทัศนียภาพสวยงามถึงขีดสุดตามฤดูกาล – ทั้งฤดูหนาวและฤดูใบไม้ร่วง
  • แสงธรรมชาติเหมาะสำหรับการถ่ายภาพที่สุดช่วง 06:00–09:00 น. และ 16:00–18:00 น.
  • จำนวนนักท่องเที่ยวพอเหมาะ ไม่แน่นเกินไปแต่ยังมีบรรยากาศสนุกสนาน

🌸 สายซากุระห้ามพลาด! ถ้าอยากเห็น Route 393 Otaru ในชุดสีชมพู ช่วง ปลายเมษายน – ต้นพฤษภาคม คือโมเมนต์มหัศจรรย์ที่ดอกซากุระบานพร้อมหิมะปลิวว่อน – ภาพที่หาดูได้ที่ฮอกไกโดเท่านั้น!

หากมาช่วงฤดูหนาว เตรียมรับชมทิวทัศน์หิมะขาวโพลนสุดฝัน แต่ต้องระวังเพราะถนนบนเขาอาจลื่น ส่วนฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีแดงและเหลืองก็เป็นตัวเลือกที่ไม่แพ้กันเลย

4. วิธีที่ดีที่สุดในการสำรวจ – ขับรถเองแบบ Road Trip

ยานพาหนะที่เหมาะที่สุดสำหรับการสำรวจ Route 393 Otaru และฮอกไกโดทั้งหมดคือ รถยนต์ Road Trip ปลดปล่อยคุณจากตารางเวลาอันแสนน่าเบื่อของรถบัสและรถไฟ ให้คุณหยุดได้ทุกที่ที่อยากหยุด ถ่ายภาพได้อย่างเต็มที่ และสำรวจเส้นทางเล็กๆ ซ่อนตัวที่รถสาธารณะไม่มีวันพาไปถึง

ถนนรอบๆ Route 393 Otaru ส่วนใหญ่ได้รับการดูแลอย่างดี ป้ายบอกทางชัดเจน หลายช่วงเป็นถนนริมเขาและริมทะเลที่เลนกว้างพอดี มีจุดพักรถ (Rest Area) ตั้งอยู่อย่างเหมาะเจาะ รับรองว่า Road Trip ครั้งนี้สนุกแน่นอน

✨ เคล็ดลับ: เช่ารถกับ OlaChill เที่ยว Route 393 Otaru ในแบบที่ใช่สำหรับคุณ ทั้งแบบมีคนขับและขับเองก็มีบริการ

5. ตารางเที่ยวแนะนำ 1–2 วัน ที่ Route 393 Otaru

วันที่ 1:

  • 06:00 น. – ไปถึงจุดชมวิวหลัก ชมพระอาทิตย์ขึ้นและ Route 393 Otaru ในแสงทองยามเช้า
  • 08:00 น. – อาหารเช้าที่ร้านอาหารท้องถิ่น ลองของดีประจำฮอกไกโด ⭐ สอบถามเมนู Halal ได้ที่ร้านอาหารหลายแห่งในเมือง Otaru
  • 09:30 น. – ขับรถชมวิวตลอดเส้นทางหลัก แวะจุดสวยๆ ระหว่างทาง
  • 12:00 น. – มื้อเที่ยงที่ Rest Area หรือร้านอาหารริมถนน
  • 14:00 น. – สำรวจจุดเสริม เช่น หมู่บ้านเก่า น้ำตก หรือทะเลสาบใกล้เคียง
  • 17:00 น. – Check-in โรงแรมหรือ Ryokan สไตล์ญี่ปุ่นแท้ๆ
  • 18:30 น. – แช่ออนเซ็น (ถ้ามี) และเพลิดเพลินกับอาหารค่ำแบบ Kaiseki สุดพิเศษ

วันที่ 2:

  • 07:00 น. – อาหารเช้าและออกเดินทางแต่เนิ่นๆ เพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชน
  • 08:30 น. – เส้นทางรอง หรือจุด Check-in ลับที่นักท่องเที่ยวทั่วไปยังไม่รู้จัก
  • 11:00 น. – ถ่ายภาพที่จุดสะท้อนน้ำสุดอลังการ
  • 13:00 น. – มื้อเที่ยงและพักผ่อนตามอัธยาศัย
  • 15:00 น. – เดินทางต่อสู่จุดหมายถัดไป หรือเดินทางกลับ

6. เคล็ดลับการเที่ยวที่ใช้ได้จริง

  • 📷 Golden Hour ถ่ายรูปสุดปัง: 30 นาทีก่อนและหลังพระอาทิตย์ขึ้น/ตก คือช่วงแสงสวยที่สุด
  • 🚗 จองรถล่วงหน้า: โดยเฉพาะช่วง High Season (พฤศจิกายน, กุมภาพันธ์) ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์
  • ⛽ เติมน้ำมันให้เต็มถัง: ในฮอกไกโด ปั๊มน้ำมันอาจห่างกันมาก เติมให้เต็มก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
  • 🗺️ ดาวน์โหลดแผนที่ Offline: Google Maps แบบ Offline สำหรับฮอกไกโดมีประโยชน์มากในพื้นที่สัญญาณอ่อน
  • 🍙 เตรียมอาหารว่างติดรถ: ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven และ FamilyMart คือเพื่อนซี้ที่ดีที่สุดระหว่างทาง
  • 🕌 มุสลิมเดินทางสบายใจได้: ในเมือง Otaru และ Sapporo มีร้านอาหาร Halal และ Halal Ramen รองรับนักท่องเที่ยวมุสลิม ค้นหาได้ที่ HalalNavi หรือถามที่โรงแรมได้เลย
  • ☁️ เช็คสภาพอากาศทุกครั้ง: สำคัญมากโดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวและฤดูฝน
แชร์:FacebookXLINE

บทความในภูมิภาคนี้ — ฮอกไกโด

ดูทั้งหมด →
ดาวน์โหลดแอป