
Noboribetsu Jigokudani – หุบเขานรกควันกำมะถันและออนเซ็นลึกลับแห่งฮอกไกโด
คู่มือครบจบสำหรับนักเดินทางชาวไทย ก่อนไป Noboribetsu Jigokudani ฮอกไกโด ช่วงเวลาที่ดีที่สุด วิธีเดินทาง จุดเช็กอิน และทุกสิ่งที่ต้องรู้
23 ก.พ. 2569·✍️ olablog·⏱ 2 นาทีในการอ่าน
คู่มือครบจบสำหรับนักเดินทางชาวไทย ก่อนไป Noboribetsu Jigokudani ฮอกไกโด ช่วงเวลาที่ดีที่สุด วิธีเดินทาง จุดเช็กอิน และทุกสิ่งที่ต้องรู้
แตะภูมิภาคเพื่อดูบทความ
ญี่ปุ่นคือดินแดนในฝันของคนไทยที่รักธรรมชาติ — และ 登別地獄谷 (Noboribetsu Jigokudani) บนเกาะ ฮอกไกโด คือหนึ่งในสถานที่ที่ธรรมชาติปั้นแต่งขึ้นมาได้งดงามที่สุดในโลก การเดินทางมาที่นี่ไม่ใช่แค่การท่องเที่ยว แต่คือการดำดิ่งลงไปในมนต์เสน่ห์ดิบๆ ของโลกใต้พิภพ ที่ทุกมุมมองล้วนทำให้อยากหยุดเวลาเอาไว้
1. มนต์เสน่ห์ของ Noboribetsu Jigokudani
登別地獄谷 โด่งดังในชื่อ "หุบเขานรก" เพราะที่นี่คือแอ่งภูเขาไฟที่ยังคุกรุ่น ควันกำมะถันลอยฟ่องขาวขมุกขมัว น้ำพุร้อนเดือดพล่านพวยพุ่งขึ้นจากพื้นดิน สีของดินเปลี่ยนไปเป็นโทนส้มแดงและเหลืองอมน้ำตาล ราวกับหลุดออกมาจากหนังแฟนตาซี ฮอกไกโดทอดยาวราวภาพวาดยักษ์ที่ฝีมือของธรรมชาติเท่านั้นถึงจะสร้างได้
แสงแดดเปลี่ยนสีไปตามเวลา ตั้งแต่แสงทองยามเช้าจนถึงแสงม่วงชมพูยามเย็น แต่ละช่วงเวลาให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และถ้าคุณมาช่วง ซากุระบาน (ราวปลายเมษายนสำหรับฮอกไกโด) ภาพดอกซากุระสีชมพูท่ามกลางควันกำมะถันสีขาวนั้น สวยจนแทบไม่อยากกดชัตเตอร์เพราะกลัวว่าเฟรมจะไม่พอ
เส้นทางที่นำไปสู่ Jigokudani ก็เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ด้วย คดเคี้ยวผ่านไหล่เขา ลัดเลาะทุ่งหญ้าโล่งกว้าง และโอบล้อมด้วยป่าไม้เขียวขจี นักเดินทางหลายคนบอกว่าเส้นทางจาก Sapporo มาที่ Noboribetsu คือ road trip ที่จดจำได้ตลอดชีวิต
2. จุดเช็กอินที่ไม่ควรพลาด
พื้นที่รอบ 登別地獄谷 และ ฮอกไกโด มีมุมถ่ายรูปสวยๆ ทั้งจุดดังและมุมซ่อนที่เฉพาะคนรู้จริงเท่านั้นถึงจะค้นพบ นี่คือจุดที่ต้องแวะ:
จุดชมวิวหลัก (展望台): ให้วิวกว้าง 180 องศาของ Jigokudani ทั้งหมด ยามเช้าและยามเย็นคือช่วงที่สวยที่สุด แสงสีทองลงมาบนควันกำมะถันสีขาว — ไม่มีฟิลเตอร์ใดสู้ได้
ทางเดินต้นไม้เก่าแก่: แถวต้นไม้ร้อยปีที่ปิดทึบจนกลายเป็นอุโมงค์สีเขียว สวยทุกฤดู แต่ถ้ามาช่วง ซากุระบาน ดอกสีชมพูลอยปลิวลงมาเหนืองหัวคือ moment ที่ทุกคนต้องเก็บเอาไว้ใน Instagram
ผิวน้ำสะท้อนภาพ: ทะเลสาบหรือลำธารใกล้เคียงสะท้อนภาพภูเขาและท้องฟ้าราวกระจกบานยักษ์ ได้ภาพสมมาตรสวยงามแบบที่คนไทยชอบกันมาก
จุดสูงสุดแบบพาโนรามา: ปีนขึ้นไปถึงจุดสูงสุดในบริเวณเพื่อมองเห็นฮอกไกโดได้แบบ 360 องศา รับประกันว่าอ้าปากค้าง
3. ช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย
Noboribetsu Jigokudani สวยได้ทุกฤดู แต่ละฤดูให้ฟีลที่ต่างกันออกไป:
ฤดูใบไม้ผลิ (เมษายน–พฤษภาคม): ซากุระบานสายที่สุดในญี่ปุ่นแผ่นดินใหญ่ ภาพดอกซากุระชมพูกับควันกำมะถันสีขาวคือคอมโบที่หาที่ไหนในโลกไม่ได้ ⭐ แนะนำที่สุดสำหรับสาวกซากุระ
ฤดูร้อน (มิถุนายน–สิงหาคม): อากาศเย็นสบาย หนีร้อนจากเมืองไทยได้ดีมาก ท้องฟ้าใสแจ๋ว ถ่ายรูปสวย
ฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม–พฤศจิกายน): ใบไม้เปลี่ยนสีส้มแดงทอง ตัดกับควันกำมะถันขาวๆ สวยงามเกินบรรยาย
ฤดูหนาว (ธันวาคม–มีนาคม): หิมะขาวโพลนปกคลุมทุกอย่าง บรรยากาศเหมือนอยู่ในโลกเทพนิยาย ออนเซ็นร้อนๆ ท่ามกลางหิมะคือประสบการณ์ที่คนไทยต้องลองสักครั้งในชีวิต
เคล็ดลับถ่ายรูป: แสงธรรมชาติสวยที่สุดช่วง 06.00–09.00 น. และ 16.00–18.00 น. — ตั้งนาฬิกาปลุกเลย!
4. วิธีเดินทางที่ดีที่สุด — ขับรถเที่ยวอิสระ
วิธีที่ดีที่สุดในการสำรวจ Noboribetsu Jigokudani และฮอกไกโดคือ เช่ารถขับเอง เพราะรถประจำทางและรถไฟอาจไม่ครอบคลุมทุกจุดที่คุณอยากไป การขับรถเองทำให้คุณหยุดได้ทุกที่ที่อยากหยุด ถ่ายรูปได้ไม่มีกดดัน และสำรวจถนนสายเล็กๆ ที่ซ่อนวิวสวยๆ เอาไว้ได้อย่างเต็มที่
ถนนรอบ Noboribetsu ดูแลรักษาดีมาก มีป้ายบอกทางชัดเจน มี rest area ให้แวะพักเป็นระยะ สำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่เคยขับรถในกรุงเทพฯ มาแล้ว บอกเลยว่าขับบนฮอกไกโดสบายกว่าหลายเท่า!
✨ เคล็ดลับ: เช่ารถกับ OlaChill เพื่อเที่ยว Noboribetsu Jigokudani ในแบบของคุณเอง มีบริการทั้งแบบมีคนขับและขับเองตามสะดวก
5. ตัวอย่างแพลนเที่ยว 1–2 วัน
วันที่ 1:
- 06:00 น. – ขึ้นจุดชมวิวหลัก ชมแสงเช้าตกกระทบควันกำมะถันและ Jigokudani ในสีทอง
- 08:00 น. – อาหารเช้าที่ร้านอาหารท้องถิ่น ลองเมนูขึ้นชื่อของฮอกไกโด เช่น ข้าวหน้าอาหารทะเล หรือซุปมิโซะสไตล์ฮอกไกโด (ถ้าต้องการฮาลาล ดูข้อแนะนำด้านล่าง)
- 09:30 น. – ขับรถตามเส้นทางชมวิวหลัก แวะถ่ายรูปทุกจุดที่ใจสั่ง
- 12:00 น. – อาหารกลางวันที่ rest area หรือร้านริมทาง
- 14:00 น. – สำรวจจุดรองรอบๆ: หมู่บ้านเก่า น้ำตก ทะเลสาบใกล้เคียง
- 17:00 น. – เช็กอินโรงแรมหรือ Ryokan (เรียวกัง) สไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม
- 18:30 น. – แช่ออนเซ็น และลิ้มลองอาหารค่ำสไตล์ Kaiseki (ไคเซกิ)
วันที่ 2:
- 07:00 น. – อาหารเช้าและออกเดินทางแต่เช้าเพื่อเลี่ยงฝูงชน
- 08:30 น. – เส้นทางรอง หรือจุดเช็กอินที่คนไม่ค่อยรู้จัก
- 11:00 น. – ถ่ายรูปที่จุดผิวน้ำสะท้อนภาพ
- 13:00 น. – อาหารกลางวันและพักผ่อน
- 15:00 น. – เดินทางต่อไปจุดหมายถัดไป หรือเดินทางกลับ
6. 🕌 อาหารฮาลาลและมัสยิดใกล้เคียง
สำหรับนักท่องเที่ยวมุสลิมชาวไทย นี่คือข้อมูลที่ต้องรู้:
- ร้านอาหารฮาลาล: ใน Noboribetsu มีร้านอาหารที่รองรับมุสลิมอยู่บ้าง แต่ตัวเลือกจำกัด แนะนำให้เตรียมอาหารฮาลาลมาจาก Sapporo (ซัปโปโร) ก่อนออกเดินทาง เมืองซัปโปโรมีร้านอาหารฮาลาลและร้านราเมนฮาลาลหลายแห่ง
- มัสยิด: มัสยิดที่ใกล้ที่สุดคือ Sapporo Masjid ในเมืองซัปโปโร ห่างจาก Noboribetsu ประมาณ 1.5–2 ชั่วโมงโดยรถ
- Convenience Store: 7-Eleven และ FamilyMart มีสินค้าหลายอย่างที่ไม่มีส่วนผสมเนื้อหมู เช่น onigiri สาหร่าย ผลไม้ และขนม — แต่ควรตรวจฉลากให้ดีทุกครั้ง
7. เคล็ดลับจริงจากคนเคยไป
- 📸 Golden Hour: 30 นาทีก่อนและหลังพระอาทิตย์ขึ้น/ตก คือช่วงแสงสวยที่สุด อย่าพลาดเด็ดขาด
- 🚗 จองรถล่วงหน้า: โดยเฉพาะช่วงซากุระและใบไม้เปลี่ยนสี ควรจองล่วงหน้าอย่างน้อย 1–2 สัปดาห์
- ⛽ เติมน้ำมันให้เต็มถัง: ปั๊มน้ำมันบนฮอกไกโดอยู่ห่างกัน อย่าปล่อยให้น้ำมันเหลือน้อย
- 📱 โหลดแผนที่ออฟไลน์: Google Maps แบบ offline สำหรับฮอกไกโด จำเป็นมากในบางพื้นที่ที่สัญญาณอ่อน
- 🍙 พกของกินติดตัว: ร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven หรือ FamilyMart ระหว่างทางเป็นเพื่อนที่ดีที่สุด
- ☁️ เช็กพยากรณ์อากาศ: สำคัญมากโดยเฉพาะฤดูหนาว ถนนลื่นจากหิมะอาจทำให้แผนเปลี่ยนได้ — ดาวน์โหลดแอป Weather แบบที่ออฟไลน์ได้ด้วย
ความคิดเห็น
ยังไม่มีรีวิว — เป็นคนแรกสิ!
บทความในภูมิภาคนี้ — ฮอกไกโด
ดูทั้งหมด →
เช่ารถบัส 45 ที่นั่งใน Sapporo: คู่มือการเดินทางเป็นกลุ่มฉบับสมบูรณ์
3 min · tips

จากสนามบิน New Chitose ไป Sapporo ด้วยรถมินิบัส 29 ที่นั่ง
2 min · tips

ทริปเที่ยวแบบกลุ่มจากซัปโปโรไปโอตารุ 1 วัน: คู่มือรถบัสเช่าเหมาคันฉบับใช้งานจริง
2 min · tips

รถบัสสำหรับกรุ๊ปสกีจากสนามบิน New Chitose ไป Niseko
2 min · tips