
คู่มือฉบับสมบูรณ์สำหรับอาซากุสะและวัดเซ็นโซจิ
คู่มือฉบับสมบูรณ์ที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อการท่องเที่ยวอาซากุสะให้สนุกที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางสักการะวัดเซ็นโซจิ, การเดินชิมอาหารที่ถนนช้อปปิ้งนากามิเสะ, ร้านอาหารแนะนำรอบๆ, เคล็ดลับหลีกเลี่ยงความแออัด, และประสบการณ์นั่งรถลากจินริกิฉะ เรานำเสนอข้อมูลล่าสุด ณ เดือนกรกฎาคม 2026
24 ก.ค. 2569·✍️ olablog·⏱ 4 นาทีในการอ่าน
คู่มือฉบับสมบูรณ์ที่รวบรวมข้อมูลทั้งหมดเพื่อการท่องเที่ยวอาซากุสะให้สนุกที่สุด ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางสักการะวัดเซ็นโซจิ, การเดินชิมอาหารที่ถนนช้อปปิ้งนากามิเสะ, ร้านอาหารแนะนำรอบๆ, เคล็ดลับหลีกเลี่ยงความแออัด, และประสบการณ์นั่งรถลากจินริกิฉะ เรานำเสนอข้อมูลล่าสุด ณ เดือนกรกฎาคม 2026
แตะภูมิภาคเพื่อดูบทความ
อาซากุสะ (Asakusa) เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงสัญลักษณ์ของโตเกียวที่ดึงดูดผู้คนมากมายจากทั้งในและต่างประเทศ และใจกลางของอาซากุสะคือ "วัดเซ็นโซจิ" (Senso-ji Temple) ซึ่งเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียว เส้นทางสักการะยอดนิยมที่เริ่มต้นจากประตูคามินาริมง (Kaminarimon Gate) ผ่านถนนช้อปปิ้งนากามิเสะ (Nakamise Shopping Street) ที่คึกคัก และมุ่งหน้าสู่โถงหลักอันสง่างาม ถือเป็นเส้นทางที่รวบรวมวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่คุณควรสัมผัสสักครั้ง ในบทความนี้ เราจะนำเสนอคู่มือฉบับสมบูรณ์ที่จะช่วยให้คุณดื่มด่ำกับอาซากุสะได้อย่างเต็มที่ ตั้งแต่เส้นทางสักการะวัดเซ็นโซจิ การเดินชิมอาหารที่นากามิเสะ ร้านอาหารแนะนำรอบๆ ไปจนถึงเคล็ดลับในการหลีกเลี่ยงความแออัดเพื่อการท่องเที่ยวที่ผ่อนคลาย
การเดินทางสำรวจอาซากุสะเริ่มต้นที่ประตูคามินาริมง
จุดเริ่มต้นของการท่องเที่ยวอาซากุสะก็คือ "ประตูคามินาริมง" (Kaminarimon Gate) นั่นเอง ประตูคามินาริมง ซึ่งมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า "ฟูไรจินมง" (Fūraijinmon) มีโคมไฟขนาดยักษ์และรูปปั้นเทพเจ้าแห่งลมและเทพเจ้าแห่งฟ้าร้องที่ตั้งอยู่สองข้างทาง ซึ่งดูน่าเกรงขามและเป็นจุดยอดนิยมที่นักท่องเที่ยวจำนวนมากนิยมมาถ่ายรูปเป็นที่ระลึก เมื่อเดินผ่านประตูเข้าไป คุณจะพบกับความคึกคักราวกับอยู่ในอีกโลกหนึ่ง ประตูคามินาริมงเป็นประตูหลักของวัดเซ็นโซจิ มีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เชื่อกันว่าสร้างขึ้นในปี 942 โดยขุนศึก ไทระ โนะ คิมิมาสะ (Taira no Kimimasa) ส่วนประตูในปัจจุบันได้รับการสร้างขึ้นใหม่ในปี 1960 โดยได้รับการบริจาคจากคุณมัตสึชิตะ โคโนสุเกะ (Matsushita Konosuke)
เมื่อเดินผ่านประตูคามินาริมงไป และกำลังมุ่งหน้าสู่วัดเซ็นโซจิ สิ่งแรกที่คุณจะเห็นคือ "ถนนช้อปปิ้งนากามิเสะ" (Nakamise Shopping Street)
เดินชิมอาหารและเลือกซื้อของฝากที่ถนนช้อปปิ้งนากามิเสะ
ถนนช้อปปิ้งนากามิเสะ (Nakamise Shopping Street) ที่ทอดยาวประมาณ 250 เมตรจากประตูคามินาริมง (Kaminarimon Gate) ไปจนถึงประตูโฮโซมง (Hōzōmon Gate) เป็นที่รู้จักกันว่าเป็นหนึ่งในถนนช้อปปิ้งที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่สมัยเอโดะ (Edo period) และปัจจุบันมีร้านค้าประมาณ 90 ร้านเรียงราย ให้คุณได้เพลิดเพลินกับงานฝีมือแบบดั้งเดิม ของที่ระลึก และอาหารอร่อยสำหรับเดินกิน
อาหารแนะนำสำหรับเดินกินที่ถนนช้อปปิ้งนากามิเสะ
- นิงเงียว-ยากิ (Ningen-yaki): ขนมรูปตุ๊กตาที่เป็นของขึ้นชื่อของอาซากุสะ (Asakusa) มาตั้งแต่สมัยโบราณ เหมาะสำหรับเป็นของฝาก มีทั้งแบบไส้ถั่วแดง และแบบรูปทรงน่ารัก เช่น เจดีย์ห้าชั้น
- อาเกะ-มันจู (Age-manju): มันจูทอดกรอบนอกนุ่มใน มีให้เลือกหลากหลายรสชาติ
- คามินาริ-โอโคชิ (Kaminari-okoshi): ขนมข้าวพองที่ทำด้วยกรรมวิธีแบบดั้งเดิม เป็นของฝากยอดนิยมของอาซากุสะ มีรสหวานน้อย เหมาะสำหรับทานคู่กับชา
- เซ็มเบ้ (Senbei): ข้าวเกรียบอบมือ มีกลิ่นหอมของโชยุที่ชวนให้น้ำลายสอ มีหลายขนาดที่เหมาะสำหรับเดินกิน
เมื่อเดินชิมอาหาร ควรปฏิบัติตามมารยาท เช่น ยืนกินหน้าร้าน และทิ้งขยะในที่ที่จัดไว้ให้
ของฝากจากถนนช้อปปิ้งนากามิเสะ
- สินค้าเบ็ดเตล็ดสไตล์ญี่ปุ่น (Wa-zakka): พัด, ผ้าเช็ดมือเทะนุกุอิ (Tenugui), ผ้าห่อของฟุโรชิกิ (Furoshiki) และสินค้าเบ็ดเตล็ดสไตล์ญี่ปุ่นที่มีดีไซน์แบบญี่ปุ่นแท้ๆ เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ
- งานฝีมือแบบดั้งเดิม: งานฝีมือแบบดั้งเดิมที่แสดงถึงฝีมือของช่างฝีมือ เช่น โยเซกิ-ไซกุ (Yosegi-zaiku) และเอโดะ-คิริโกะ (Edo Kiriko) จะเป็นของที่ระลึกอันทรงคุณค่า
เมื่อเดินผ่านถนนช้อปปิ้งนากามิเสะไป คุณจะพบกับ "ประตูโฮโซมง" (Hōzōmon Gate) ถัดไป มีรูปปั้นเทพเจ้าผู้พิทักษ์ (Nio-zo) ยืนอยู่สองข้างทาง และด้านหลังประตูมีรองเท้าฟางขนาดยักษ์ถวายอยู่ ซึ่งเชื่อกันว่ามีความหมายในการปัดเป่าสิ่งชั่วร้าย
สู่โถงหลักวัดเซ็นโซจิ: สักการะเพื่อสัมผัสประวัติศาสตร์และพรอันศักดิ์สิทธิ์
เมื่อเดินผ่านประตูโฮโซมง (Hōzōmon Gate) เข้าไป โถงหลักของวัดเซ็นโซจิ (Senso-ji Temple) ก็จะปรากฏอยู่ตรงหน้า โถงหลักเป็นสถานที่ประดิษฐานพระโพธิสัตว์กวนอิม และมีชื่ออย่างเป็นทางการว่า "คันนงโด" (Kannon-dō) วัดเซ็นโซจิเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียว เชื่อกันว่าสร้างขึ้นเมื่อประมาณ 1,400 ปีก่อน และมีประวัติศาสตร์ย้อนไปถึงยุคอาซึกะ (Asuka period)
ประวัติศาสตร์ของวัดเซ็นโซจิ
ตามตำนานเล่าว่า ในปี 628 มีพี่น้องชาวประมงสองคนกำลังหาปลาอยู่ในแม่น้ำสุมิดะ (Sumida River) และได้พบพระพุทธรูปองค์หนึ่งติดแหขึ้นมา นั่นคือพระพุทธรูปพระโพธิสัตว์กวนอิมศักดิ์สิทธิ์ (Statue of Sho Kannon Bosatsu) และการสร้างวัดเพื่อประดิษฐานพระพุทธรูปองค์นั้นคือจุดเริ่มต้นของวัดเซ็นโซจิ ตั้งแต่นั้นมา วัดแห่งนี้ก็ได้รับความศรัทธาจากผู้คนมากมาย และในสมัยเอโดะ (Edo period) ก็ได้รับการกำหนดให้เป็นสถานที่ประกอบพิธีขอพรของรัฐบาลโชกุนโดย โทคุกาวะ อิเอยาสุ (Tokugawa Ieyasu) ทำให้วัดเจริญรุ่งเรืองอย่างมาก
วิธีการสักการะ
- กระถางธูปขนาดใหญ่ (Jōkōro): ที่กระถางธูปขนาดใหญ่ (Jōkōro) ด้านหน้าโถงหลัก ให้คุณรับควันธูปเพื่อชำระล้างร่างกายและจิตใจ และอธิษฐานขอพรเรื่องสุขภาพ
- เงินทำบุญ (Osaisen): ที่ด้านหน้าโถงหลัก ให้ใส่เงินทำบุญ (Osaisen) และพนมมืออธิษฐานอย่างสงบ
- เสี่ยงเซียมซี (Omikuji): เสี่ยงเซียมซี (Omikuji) ของวัดเซ็นโซจิขึ้นชื่อว่ามีอัตราส่วนของโชคดีและโชคร้ายเท่ากัน ลองเสี่ยงโชคดูสิ
ภายในบริเวณวัดเซ็นโซจิ นอกจากโถงหลักแล้ว ยังมีสถานที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น เจดีย์ห้าชั้น (Five-storied Pagoda) และศาลเจ้าอาซากุสะ (Asakusa Shrine) เจดีย์ห้าชั้นมีความสูงประมาณ 53 เมตร และจะมีการประดับไฟในเวลากลางคืน ทำให้ดูงดงามราวกับอยู่ในความฝัน ศาลเจ้าอาซากุสะเป็นศาลเจ้าที่ประดิษฐานผู้มีคุณูปการสามท่านที่เกี่ยวข้องกับการสร้างวัดเซ็นโซจิ (พี่น้องฮิโนคุมะ ฮามานาริ (Hinokuma Hamanari) และทาเคนาริ (Takenari) และฮาจิ โนะ มานากาจิ (Haji no Manakachi)) และในเดือนพฤษภาคมของทุกปี จะมีการจัดเทศกาลซันจะ มัตสึริ (Sanja Matsuri) อันยิ่งใหญ่
เคล็ดลับหลีกเลี่ยงความแออัด: ช่วงเช้าและเย็นคือเวลาที่เหมาะสม
วัดเซ็นโซจิ (Senso-ji Temple) มีนักท่องเที่ยวคึกคักตลอดทั้งปี แต่จะแออัดเป็นพิเศษในช่วงสุดสัปดาห์ วันหยุดนักขัตฤกษ์ และช่วงกลางวัน หากคุณต้องการสักการะอย่างสงบ หรือเพลิดเพลินกับการถ่ายรูป เราขอแนะนำให้คุณเลือกช่วงเวลาดังต่อไปนี้
หากต้องการหลีกเลี่ยงความแออัด
- ช่วงเช้าตรู่: วัดเซ็นโซจิเปิดประตูเวลา 6 โมงเช้า (และ 6 โมงครึ่งเช้าในช่วงเดือนตุลาคมถึงมีนาคม) ในช่วงเวลานี้ยังมีนักท่องเที่ยวไม่มากนัก คุณสามารถสักการะได้อย่างเงียบสงบ ร้านค้าส่วนใหญ่ในถนนช้อปปิ้งนากามิเสะ (Nakamise Shopping Street) จะเปิดประมาณ 9 โมงเช้า ดังนั้น การสักการะให้เสร็จก่อนร้านค้าเปิด แล้วค่อยเดินชิมอาหารและเลือกซื้อของฝากหลังจากร้านเปิด จะเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพ
- ช่วงเย็นเป็นต้นไป: เมื่อถึงช่วงเย็น นักท่องเที่ยวกลุ่มใหญ่ในช่วงกลางวันจะเริ่มทยอยกลับ ทำให้บรรยากาศค่อนข้างสงบลง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ประตูคามินาริมง (Kaminarimon Gate) และเจดีย์ห้าชั้น (Five-storied Pagoda) ที่ประดับไฟจะดูงดงามราวกับอยู่ในความฝัน ให้ความรู้สึกที่แตกต่างจากช่วงกลางวัน โถงหลักจะปิดเวลา 5 โมงเย็น แต่บริเวณวัดโดยทั่วไปจะเปิดตลอดทั้งวัน
สัมผัสเสน่ห์ของอาซากุสะ: ประสบการณ์นั่งรถลากจินริกิฉะ
หากคุณต้องการสัมผัสเมืองอาซากุสะ (Asakusa) ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น และสร้างความทรงจำที่พิเศษ เราขอแนะนำประสบการณ์นั่งรถลากจินริกิฉะ (Jinrikisha) รอบๆ ประตูคามินาริมง (Kaminarimon Gate) มีจุดขึ้นรถลากจินริกิฉะหลายแห่ง และคนลากรถผู้เชี่ยวชาญจะพาคุณชมประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสถานที่ลับที่ซ่อนอยู่ในอาซากุสะ
จุดเด่นของประสบการณ์นั่งรถลากจินริกิฉะ
- เส้นทาง: มีแผนการเดินทางหลากหลาย ตั้งแต่เส้นทางสั้นประมาณ 10 นาที ไปจนถึงเส้นทางยาว 30 นาที หรือ 60 นาที คุณสามารถเลือกที่จะเที่ยวชมรอบๆ วัดเซ็นโซจิ (Senso-ji Temple) จุดชมโตเกียวสกายทรี (Skytree) หรือตรอกซอกซอยที่ยังคงรักษากลิ่นอายของเมืองเก่าไว้ได้ตามต้องการ
- ค่าบริการ: ค่าบริการจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระยะเวลาของเส้นทางและจำนวนคน
- ประมาณการ (ณ เดือนกรกฎาคม 2026):
- เส้นทาง 10 นาที (1-2 ท่าน): ประมาณ 3,000 – 5,000 เยนต่อคน (ประมาณ 720 – 1,200 บาท)
- เส้นทาง 30 นาที (1-2 ท่าน): ประมาณ 8,000 – 12,000 เยนต่อคน (ประมาณ 1,920 – 2,880 บาท) โปรดสอบถามค่าบริการที่แน่นอนจากบริษัทรถลากจินริกิฉะแต่ละแห่ง
- ประมาณการ (ณ เดือนกรกฎาคม 2026):
- ไกด์: คนลากรถมีความรู้เกี่ยวกับประวัติศาสตร์และเกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของอาซากุสะเป็นอย่างดี และจะพาคุณเที่ยวชมเมืองพร้อมกับการสนทนาที่สนุกสนาน พวกเขายังจะแนะนำจุดถ่ายรูปสวยๆ ให้คุณได้เก็บภาพความทรงจำอีกด้วย
ลองนั่งรถลากจินริกิฉะและชมเมืองอาซากุสะจากมุมมองที่แตกต่างออกไปดูไหม?
อาหารอร่อยรอบอาซากุสะ: ตั้งแต่สตรีทฟู้ดไปจนถึงร้านเก่าแก่
อาซากุสะ (Asakusa) เป็นแหล่งรวมอาหารอร่อย ไม่ใช่แค่เพียงอาหารสำหรับเดินกินที่ถนนช้อปปิ้งนากามิเสะ (Nakamise Shopping Street) เท่านั้น แต่ยังมีร้านอาหารหลากหลายประเภท ตั้งแต่ร้านอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมเก่าแก่ไปจนถึงคาเฟ่ทันสมัย
อาหารแนะนำในอาซากุสะ
- มงจายากิ (Monjayaki): อาหารท้องถิ่นของโตเกียวที่พลาดไม่ได้คือ มงจายากิ (Monjayaki) ในอาซากุสะมีร้านมงจายากิมากมาย ให้คุณได้สนุกกับการทำอาหารด้วยตัวเอง
- เทมปุระ (Tempura): ในอาซากุสะมีร้านเทมปุระ (Tempura) สไตล์เอโดะ (Edo-mae) เก่าแก่หลายแห่ง เทมปุระทอดใหม่ๆ ร้อนๆ กรอบอร่อยเป็นเลิศ
- ปลาไหลย่าง (Unagi): ร้านอาหารปลาไหล (Unagi) แบบดั้งเดิมก็เป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ของอาซากุสะ ปลาไหลย่างคาบายากิ (Kabayaki) หอมกรุ่น รับรองว่าทานกับข้าวสวยร้อนๆ อร่อยจนหยุดไม่ได้
- ร้านขนมหวานญี่ปุ่น (Kanmi-dokoro): มีร้านขนมหวานญี่ปุ่น (Kanmi-dokoro) มากมาย ให้คุณได้เพลิดเพลินกับขนมหวานญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม เช่น มัทฉะพาร์เฟต์ (Matcha parfait), น้ำแข็งไส (Kakigori), และอันมิตสึ (Anmitsu) เหมาะสำหรับพักผ่อนคลายความเหนื่อยล้าจากการเดิน
เคล็ดลับในการเพลิดเพลินกับอาหารในอาซากุสะ
- ช่วงเวลาอาหารกลางวัน: ในช่วงเวลาอาหารกลางวันที่นักท่องเที่ยวพลุกพล่าน ร้านอาหารยอดนิยมอาจมีคิวยาว ขอแนะนำให้ไปในช่วงเวลาที่แตกต่างออกไปเล็กน้อย หรือจองโต๊ะล่วงหน้า
- ช่วงเวลาอาหารค่ำ: อาซากุสะในยามค่ำคืนให้บรรยากาศที่สงบแตกต่างจากช่วงกลางวัน มีร้านอิซากายะ (Izakaya) และบาร์มากมาย ให้คุณได้ลิ้มลองอาหารและเครื่องดื่มที่ทำจากวัตถุดิบในท้องถิ่น
สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง: เพลิดเพลินไปพร้อมกับการเยี่ยมชมวัดเซ็นโซจิ
รอบๆ วัดเซ็นโซจิ (Senso-ji Temple) ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมาย การเยี่ยมชมสถานที่เหล่านี้ควบคู่ไปกับการสักการะวัดเซ็นโซจิ จะทำให้คุณมีวันที่เต็มอิ่มมากยิ่งขึ้น
- ล่องเรือแม่น้ำสุมิดะ (Sumida River Cruise): การล่องเรือจากอาซากุสะ (Asakusa) ไปตามแม่น้ำสุมิดะ (Sumida River) สู่โอไดบะ (Odaiba) หรือสวนฮามะ-ริคิว (Hama-rikyū Gardens) เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการชมทิวทัศน์ของโตเกียวจากผืนน้ำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการล่องเรือในช่วงพลบค่ำนั้นโรแมนติกมาก
- โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree): โตเกียวสกายทรี (Tokyo Skytree) ซึ่งเป็นแลนด์มาร์คแห่งใหม่ของโตเกียว สามารถเดินทางไปได้โดยรถไฟเพียงหนึ่งสถานีจากอาซากุสะ หรือเดินเท้าก็ได้ จากจุดชมวิว คุณจะได้เห็นทิวทัศน์อันงดงามของที่ราบคันโต (Kanto Plain)
- ถนนเครื่องครัวคัปปาบาชิ (Kappabashi Kitchenware Town): เป็นถนนช้อปปิ้งเฉพาะทางที่รวบรวมอุปกรณ์ทำอาหาร จานชาม และโมเดลอาหารทุกชนิด ตั้งแต่สำหรับเชฟมืออาชีพไปจนถึงครัวเรือนทั่วไป เป็นถนนที่มีเอกลักษณ์และน่าเดินชม
- อาซากุสะ ฮานายาชิกิ (Asakusa Hanayashiki): สวนสนุกฮานายาชิกิ (Hanayashiki) ซึ่งเป็นที่รู้จักกันว่าเป็นสวนสนุกที่เก่าแก่ที่สุดในญี่ปุ่น มีเครื่องเล่นที่ให้บรรยากาศย้อนยุค เป็นสถานที่ที่ทั้งเด็กและผู้ใหญ่สามารถสนุกได้ราวกับย้อนวัยกลับไปเป็นเด็ก
เมืองอาซากุสะเต็มไปด้วยเสน่ห์ที่ผสมผสานระหว่างประวัติศาสตร์และความทันสมัย ลองสำรวจสถานที่ต่างๆ ตามความสนใจของคุณดูสิ
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: ใช้เวลาเท่าไหร่ในการเยี่ยมชมวัดเซ็นโซจิ? ตอบ: หากเป็นเส้นทางยอดนิยมที่เดินจากประตูคามินาริมง (Kaminarimon Gate) ผ่านถนนช้อปปิ้งนากามิเสะ (Nakamise Shopping Street) ไปยังโถงหลัก ควรเผื่อเวลาประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่งถึง 2 ชั่วโมง ซึ่งรวมเวลาเดินชิมอาหารและเลือกซื้อของฝากแล้ว หากต้องการเดินสำรวจอย่างละเอียด หรือเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงด้วย ขอแนะนำให้เผื่อเวลาครึ่งวันถึง 1 วัน
ถาม: วัดเซ็นโซจิมีที่จอดรถหรือไม่? ตอบ: วัดเซ็นโซจิไม่มีที่จอดรถส่วนตัว แต่มีที่จอดรถแบบหยอดเหรียญอยู่รอบๆ อย่างไรก็ตาม ในช่วงสุดสัปดาห์และวันหยุดนักขัตฤกษ์จะมีการจราจรหนาแน่นมาก จึงขอแนะนำให้ใช้บริการขนส่งสาธารณะ สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุดคือ "สถานีอาซากุสะ" (Asakusa Station) ของรถไฟโทบุสกายทรีไลน์ (Tobu Skytree Line), โตเกียวเมโทรสายกินซ่า (Tokyo Metro Ginza Line), สึคุบะเอ็กซ์เพรส (Tsukuba Express), และรถไฟใต้ดินโทเอสายอาซากุสะ (Toei Asakusa Line)
ถาม: มีค่าเข้าชมวัดเซ็นโซจิหรือไม่? ตอบ: การเข้าสู่บริเวณวัดเซ็นโซจิและการสักการะที่โถงหลักนั้นฟรี อย่างไรก็ตาม หากมีการจัดนิทรรศการพิเศษหรืองานอีเวนต์ อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ถาม: สามารถใช้รถเข็นเด็กหรือรถเข็นวีลแชร์ในบริเวณวัดเซ็นโซจิได้หรือไม่? ตอบ: เส้นทางเดินจากประตูคามินาริมงไปยังโถงหลักค่อนข้างราบเรียบ สามารถใช้รถเข็นเด็กหรือรถเข็นวีลแชร์ได้ อย่างไรก็ตาม ถนนช้อปปิ้งนากามิเสะมีผู้คนพลุกพล่าน และอาจเคลื่อนที่ลำบากในช่วงเวลาแออัด นอกจากนี้ ร้านค้าบางแห่งอาจมีขั้นบันได โถงหลักของวัดเซ็นโซจิมีลิฟต์อำนวยความสะดวกสำหรับผู้ใช้รถเข็นวีลแชร์เพื่อให้สามารถสักการะได้ง่ายขึ้น
ถาม: มีที่พักแนะนำในอาซากุสะหรือไม่? ตอบ: ในอาซากุสะมีที่พักหลากหลายประเภท ตั้งแต่โรงแรมธุรกิจไปจนถึงเรียวกัง (Ryokan) และเกสต์เฮาส์ การพักใกล้กับวัดเซ็นโซจิจะช่วยให้คุณได้สัมผัสบรรยากาศของอาซากุสะในยามเช้าตรู่และยามค่ำคืนได้อย่างเต็มที่ โรงแรมที่มีห้องพักวิวโตเกียวสกายทรี (Skytree) ก็เป็นที่นิยมเช่นกัน
อาซากุสะเป็นเมืองที่มีเสน่ห์ที่คุณสามารถค้นพบสิ่งใหม่ๆ ได้ทุกครั้งที่มาเยือน หวังว่าคู่มือนี้จะเป็นประโยชน์ในการทำให้การเดินทางไปอาซากุสะของคุณยอดเยี่ยมยิ่งขึ้น ขอเชิญคุณวางแผนการเดินทางกับ OlaChill และสัมผัสประเพณีและความมีชีวิตชีวาของญี่ปุ่นด้วยตัวคุณเอง



