
การเลือกบ้านที่ปลอดภัยจากแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น: วิธีอ่านข้อมูลคุณสมบัติบ้านและเตรียมครอบครัว
คู่มือเลือกบ้านที่ปลอดภัยจากแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น: วิธีอ่านมาตรฐาน taishin เลือกชั้นของแมนชัน ยึดเฟอร์นิเจอร์ เตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน และทำประกันแผ่นดินไหวใน 2026
7 ส.ค. 2569·✍️ olablog·⏱ 6 นาทีในการอ่าน
คู่มือเลือกบ้านที่ปลอดภัยจากแผ่นดินไหวในญี่ปุ่น: วิธีอ่านมาตรฐาน taishin เลือกชั้นของแมนชัน ยึดเฟอร์นิเจอร์ เตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน และทำประกันแผ่นดินไหวใน 2026
เมื่อย้ายมาอยู่ญี่ปุ่นใหม่ ๆ คนเวียดนามแทบทุกคนต้องเคยตกใจกับภาพโคมไฟเพดานที่แกว่งไกว หรือความรู้สึกที่จู่ ๆ ห้องทั้งห้องสั่นอยู่ใต้เท้า แผ่นดินไหวเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวันในดินแดนอาทิตย์อุทัยไปแล้ว ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียนที่อาศัยอยู่ในห้องเช่าขนาดกะทัดรัด วิศวกรที่แชร์ห้องแมนชันกับเพื่อนร่วมงาน หรือครอบครัวที่กำลังลงหลักปักฐานและเตรียมซื้อบ้านหลังแรก ความปลอดภัยจากแผ่นดินไหวยังคงเป็นสิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ เสมอ แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าบ้านที่เลือกจะแข็งแรงพอรับมือกับแผ่นดินไหวครั้งใหญ่หรือไม่? การอยู่ชั้นสูงหรือชั้นล่างปลอดภัยกว่ากัน? ควรเตรียมอะไรเพื่อปกป้องตัวเองและครอบครัว? บทความนี้ OlaChill จะช่วยคุณทำความเข้าใจข้อมูลคุณสมบัติบ้านแบบต่าง ๆ ในญี่ปุ่น รวมถึงขั้นตอนการเตรียมตัวที่ใช้ได้จริง เพื่อให้ใช้ชีวิตได้อย่างอุ่นใจยิ่งขึ้น
1. วิธีอ่านข้อมูลคุณสมบัติบ้าน: วันที่ก่อสร้างและมาตรฐานการต้านทานแผ่นดินไหว (Taishin)
เมื่อตามหาบ้านผ่านแอปอย่าง Suumo และ Homes หรือทำงานร่วมกับบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ (不動産屋 - fudousanya) สิ่งสำคัญที่สุดที่ต้องตรวจสอบไม่ใช่สีผนังหรือพื้นไม้ แต่คือ วันที่ออกใบรับรองยืนยันการก่อสร้างอาคาร (建築確認済書 - kenchiku kakunin zumi-sho)
แยกความแตกต่างระหว่างมาตรฐาน 旧耐震 (kyu-taishin) และ 新耐震 (shin-taishin)
กฎระเบียบด้านความปลอดภัยจากแผ่นดินไหวของญี่ปุ่นมีเส้นแบ่งด้านวันที่ที่สำคัญอย่างยิ่ง คือ 01/06/1981
- มาตรฐานต้านทานแผ่นดินไหวเก่า - 旧耐震基準 (kyu-taishin kijun): ใช้กับอาคารที่ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างก่อน 01/06/1981 มาตรฐานนี้กำหนดให้อาคารต้องทนต่อแผ่นดินไหวระดับ Shindo 5 (震度5) ได้โดยไม่เกิดความเสียหายร้ายแรงเท่านั้น และยังไม่ได้ครอบคลุมแผ่นดินไหวรุนแรงระดับ Shindo 6 - 7 อย่างเต็มที่
- มาตรฐานต้านทานแผ่นดินไหวใหม่ - 新耐震基準 (shin-taishin kijun): ใช้กับอาคารที่ได้รับใบอนุญาตตั้งแต่ 01/06/1981 เป็นต้นไป มาตรฐานนี้กำหนดให้อาคารต้องไม่พังถล่มหรือทำให้ผู้ที่อยู่ภายในได้รับบาดเจ็บ แม้เกิดแผ่นดินไหวรุนแรงมากระดับตั้งแต่ Shindo 6 Upper ถึง Shindo 7 (震度6強〜7)
- มาตรฐานบ้านไม้หลังปี 2000 (2000年基準 - ni-sen-nen kijun): สำหรับบ้านโครงไม้แบบแยกหลัง (一戸建て - ikkodate) กฎระเบียบการก่อสร้างที่แก้ไขใน 2000 กำหนดให้มีการสำรวจสภาพธรณีวิทยา ฐานรากเสริมความแข็งแรง และข้อต่อโลหะที่เชื่อมคานกับเสา มาตรการเหล่านี้ช่วยให้อัตราการพังถล่มในการเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ เช่น ที่คุมาโมโตะ ลดลงจนเกือบเป็น 0
เทคโนโลยีต้านทานแผ่นดินไหวหลัก 3 ประเภท: Taishin, Seishin และ Menshin
เมื่ออ่านเอกสารของอาคารอพาร์ตเมนต์ (マンション - mansion) คุณจะเห็นผู้พัฒนาโครงการระบุเทคโนโลยีโครงสร้างหนึ่งใน 3 ประเภทต่อไปนี้:
- การต้านทานแผ่นดินไหวพื้นฐาน - 耐震 (Taishin): เสริมความแข็งแรงให้ผนัง คาน และเสา เพื่อให้สามารถ “ทนรับ” แรงจากแผ่นดินไหวได้เป็นอย่างดี อาคารจะสั่นอย่างรุนแรงไปพร้อมกับพื้นดิน แต่โครงสร้างจะไม่แตกหักหรือพังถล่ม
- การควบคุมแรงสั่นสะเทือน - 制震 (Seishin): ติดตั้งอุปกรณ์ดูดซับแรง (damper/piston) ไว้ภายในผนัง เทคโนโลยีนี้ช่วยลดแรงสั่นได้ประมาณ 30%–50% และพบได้บ่อยในอาคารสูง
- การแยกฐานราก / การแยกแรงสั่นสะเทือน - 免震 (Menshin): เป็นเทคโนโลยีขั้นสูงสุด อาคารจะวางอยู่บนแท่นรองรับยางและสปริงที่แยกตัวอาคารออกจากพื้นดินโดยสมบูรณ์ เมื่อพื้นดินสั่นอย่างรุนแรง ตัวอาคารจะเคลื่อนตัวอย่างนุ่มนวล ช่วยลดแรงสั่นสะเทือนที่ส่งต่อไปยังชั้นบนได้สูงสุด 60%–80%
| มาตรฐาน / เทคโนโลยี | วันที่สำคัญ / คุณลักษณะ | ระดับความปลอดภัยระหว่าง Shindo 6-7 | ระดับการสั่นของภายในอาคาร |
|---|---|---|---|
| 旧耐震 (Kyu-taishin) | ได้รับอนุญาตก่อน 01/06/1981 | มีความเสี่ยงสูงต่อการเสียรูปหรือพังถล่ม | รุนแรงมาก |
| 新耐震 (Shin-taishin - Taishin) | ได้รับอนุญาตตั้งแต่ 01/06/1981 | ช่วยป้องกันไม่ให้โครงสร้างพังถล่ม | รุนแรง |
| 制震 (Seishin) | เพิ่มลูกสูบลดแรงสั่นสะเทือน | ปลอดภัยมาก ช่วยปกป้องโครงสร้าง | ปานกลาง |
| 免震 (Menshin) | แยกฐานรากด้วยยาง/สปริง | ปลอดภัยสูงสุด | เบามาก |
คำแนะนำสำหรับผู้พำนักชาวเวียดนาม: ไม่ว่าจะเช่าหรือซื้อ ควรให้ความสำคัญกับอาคารที่สร้างตั้งแต่ 1982 เป็นต้นไป (หรือบ้านไม้ที่สร้างหลัง 2000) เพื่อให้มั่นใจว่าเป็นไปตามมาตรฐาน 新耐震 (shin-taishin)
2. การเลือกชั้นสูงหรือชั้นล่างเมื่อเช่าหรือซื้อคอนโดมิเนียม (Mansion)
คำถามหนึ่งที่หลายคนตัดสินใจได้ยากคือ: อยู่ชั้น 2-3 จะปลอดภัยกว่าหรือชั้น 10-15 จะดีกว่า? ในความเป็นจริง แต่ละทำเลมีข้อดีและข้อเสียของตัวเองเมื่อเกิดแผ่นดินไหว
ข้อดีและข้อเสียของชั้นสูง
- ข้อดี: หลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากน้ำท่วมของสึนามิ (津波 - tsunami) เขื่อนกั้นน้ำแตก หรือน้ำท่วมในเมืองได้โดยสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังมีโอกาสน้อยกว่าที่จะถูกสิ่งของตกจากด้านบน
- ข้อเสีย: ชั้นสูงได้รับผลกระทบจาก การสั่นสะเทือนของพื้นดินคาบยาว (長周期地震動 - choshuki jishindo) มากกว่า เมื่อเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่อยู่ห่างไกล ชั้นบนของอาคารอาจแกว่งด้วยระยะกว้างเป็นเวลานาน ทำให้เฟอร์นิเจอร์และสิ่งของล้มได้ง่าย หากไฟฟ้าดับหรือลิฟต์หยุดฉุกเฉินโดยอัตโนมัติ (エレベーター sutoppu) คุณจะต้องเดินขึ้นบันไดที่สูงชัน และการขนน้ำใช้ในบ้านขึ้นไปยังชั้นสูงก็เป็นเรื่องท้าทายอย่างมาก
ข้อดีและข้อเสียของชั้นล่าง
- ข้อดี: อพยพออกไปด้านนอกหรือไปยังพื้นที่ส่วนกลางของโครงการได้ง่ายเมื่อจำเป็น การรับสิ่งของบรรเทาทุกข์และขนน้ำในช่วงน้ำประปาหยุดไหลก็สะดวกกว่า ชั้นล่างไม่ประสบกับการแกว่งและโยกเป็นเวลานานแบบที่มักเกิดกับชั้นสูง
- ข้อเสีย: หากอาคารใช้มาตรฐานเก่า (旧耐震) และมีพื้นที่จอดรถแบบเปิดโล่งที่ชั้น 1 (โครงสร้างแบบ piloti) ชั้น 1-2 จะมีความเสี่ยงสูงสุดที่จะถูกบดขยี้ นอกจากนี้ ชั้นล่างยังเสี่ยงต่อน้ำทะเลหนุนหรือน้ำสึนามิมากกว่าในพื้นที่ชายฝั่ง
สรุป: หากอาคารเป็นไปตามมาตรฐาน 新耐震 (shin-taishin) หรือมีระบบ 免震 (menshin) ชั้นกลาง (ตั้งแต่ชั้น 3 ถึงชั้น 7) โดยทั่วไปจะเป็นตัวเลือกที่สมดุลที่สุดระหว่างความสะดวกในการเคลื่อนย้ายยามฉุกเฉินกับความปลอดภัย
3. การยึดเฟอร์นิเจอร์ป้องกันการล้ม (Kagu Tentou Boushi): ปกป้องชีวิตภายในบ้าน
สถิติจากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในญี่ปุ่นแสดงให้เห็นว่า การบาดเจ็บและเสียชีวิตภายในอาคารมากกว่า 30%–50% ไม่ได้เกิดจากเพดานถล่ม แต่เกิดจาก เฟอร์นิเจอร์ล้มทับแขนขา หรือเศษกระจกแตกที่ทำให้เกิดบาดแผลทะลุ การยึดเฟอร์นิเจอร์ (家具転倒防止 - kagu tentou boushi) จึงเป็นสิ่งจำเป็น
คุณสามารถหาซื้ออุปกรณ์เสริมความปลอดภัยได้ง่าย ๆ ตามร้าน 100 เยน (Daiso, Seria) รวมถึงร้านอย่าง Nitori, Cainz และ Home Center ในราคาย่อมเยา:
- เสาค้ำระหว่างเพดานกับเฟอร์นิเจอร์ (突っ張り棒 - tsuppari-bou): ขันให้แน่นระหว่างด้านบนของตู้เสื้อผ้า/ชั้นหนังสือกับเพดาน ราคาอยู่ที่ประมาณ 1.000 - 2.500 JPY/คู่ (~170.000 - 425.000 VND)
- แผ่นเจลกันสั่น (耐震マット - taishin matto): วางไว้ใต้โทรทัศน์ ลำโพง คอมพิวเตอร์ หรือตู้เย็นขนาดเล็ก เพื่อให้ยึดเกาะกับโต๊ะหรือพื้นอย่างแน่นหนา ราคาอยู่ที่ประมาณ 110 - 500 JPY/ชิ้น (~19.000 - 85.000 VND)
- ตะขอโซ่ / ขายึดรูปตัว L (L字金具 - L-ji kanagu): ใช้สกรูยึดตู้ใบใหญ่เข้ากับผนังคอนกรีต (เหมาะสำหรับบ้านของตนเอง ส่วนผู้เช่าควรสอบถามเจ้าของบ้านก่อนเจาะผนัง)
- ตัวล็อกบานตู้ (開き戸ストッパー - hirakido sutoppa): ติดไว้กับบานตู้ครัว เพื่อไม่ให้จานเซรามิกกระเด็นออกมา แตก และกระจายเกลื่อนเมื่อบ้านสั่น
เคล็ดลับการจัดห้องนอนที่ใช้ได้จริง: อย่าวางเตียงชิดตู้เสื้อผ้าสูง ชั้นหนังสือหนัก หรืออยู่ใต้โคมระย้าขนาดใหญ่ ควรเว้นทางจากเตียงไปยังประตูหลักให้โล่งอยู่เสมอ ไม่มีสิ่งกีดขวาง
4. การเตรียมกระเป๋าฉุกเฉิน (Bosai Ryukku) สำหรับทั้งครอบครัว
ครอบครัวชาวเวียดนามทุกครอบครัวในญี่ปุ่นควรมีกระเป๋าอย่างน้อย 1 ใบสำหรับ เตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ (防災リュック - bosai ryukku) วางไว้ใกล้ทางเข้าหรือภายในตู้เก็บรองเท้า
สิ่งของขั้นต่ำที่ควรมีในกระเป๋าฉุกเฉิน:
- น้ำดื่มและอาหารแห้ง: น้ำอย่างน้อย 3 ลิตร/คน/วัน อาหารฉุกเฉิน (非常食 - hijoshoku) เช่น ข้าวแห้ง Kantan Rice ขนมปังกรอบแข็ง และบิสกิตแบบกล่อง สามารถเก็บได้นาน 3-5 ปี
- ไฟฉายและไฟคาดศีรษะ: อย่าลืมแบตเตอรี่สำรอง และควรเลือกไฟฉายแบบหมุนมือหรือชาร์จด้วยพลังงานแสงอาทิตย์
- ถุงสุขาแบบพกพา (簡易トイレ - kan'i toi-re): สำคัญอย่างยิ่ง เพราะหลังเกิดแผ่นดินไหว ระบบระบายน้ำของอพาร์ตเมนต์มักประกาศห้ามกดชักโครก เพื่อป้องกันท่อบริเวณชั้นล่างเสียหาย
- อุปกรณ์การแพทย์ส่วนตัว: ผ้าพันแผล น้ำยาฆ่าเชื้อ ยาแก้ปวด และยาประจำตัวที่แพทย์สั่ง
- วิทยุพกพา: ใช้ฟังประกาศช่วยเหลือภาษาญี่ปุ่น/อังกฤษในกรณีอินเทอร์เน็ตล่มหรือเครือข่ายมือถือมีผู้ใช้งานหนาแน่น
- เอกสารสำคัญในถุงซิปกันน้ำ: สำเนา Residence Card (在留カード - zairyu kado) บัตรประกันสุขภาพ (保険証 - hokensho) หนังสือเดินทาง สำเนา My Number Card (マイナンバーカード) และเงินสดประมาณ 20.000 - 30.000 JPY (รวมเหรียญ 100 JPY จำนวนมากสำหรับใช้โทรศัพท์สาธารณะ)
- อุปกรณ์รักษาความอบอุ่น: ผ้าห่มฉุกเฉินกันความร้อน (โดยทั่วไปทำจากฟิล์มอะลูมิเนียมน้ำหนักเบาพิเศษ) และแผ่นให้ความร้อนแบบแปะ (カイロ - kairo)
5. ประกันแผ่นดินไหว (Jishin Hoken): ค่าใช้จ่ายและประโยชน์ ณ August 2026
ผู้พำนักชาวเวียดนามจำนวนมากเข้าใจผิดว่าประกันอัคคีภัย (火災保険 - kasai hoken) ซึ่งเป็นประกันภาคบังคับเมื่อเช่าบ้าน จะคุ้มครองความเสียหายจากแผ่นดินไหวด้วย แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่เช่นนั้น! โดยทั่วไปประกันอัคคีภัยมาตรฐานจะไม่ชดเชยความเสียหายจากไฟไหม้ การระเบิด หรืออาคารถล่มที่เกิดจากแผ่นดินไหวหรือสึนามิ
หากต้องการได้รับความคุ้มครอง คุณต้องซื้อ ประกันแผ่นดินไหว (地震保険 - jishin hoken) เพิ่มจากประกันอัคคีภัย
กฎและค่าใช้จ่ายของประกันแผ่นดินไหว ณ August 2026:
- ค่าสินไหมทดแทน: 30% ถึง 50% ของวงเงินคุ้มครองประกันอัคคีภัย ตามกฎของรัฐบาลญี่ปุ่น วงเงินสูงสุดคือ 50 million JPY (
8,5 billion VND) สำหรับตัวอาคาร และ 10 million JPY (1,7 billion VND) สำหรับทรัพย์สินภายในบ้าน (家財 - kazai) - เบี้ยประกันพื้นฐาน: กระทรวงการคลังของญี่ปุ่น (MOF) กำหนดเบี้ยประกันมาตรฐานเดียวกันสำหรับบริษัทประกันทุกแห่ง โดยขึ้นอยู่กับภูมิภาค (จังหวัด/เมือง) และโครงสร้างของบ้าน (คอนกรีต/เหล็ก หรือไม้) ตัวอย่างเช่น ในพื้นที่ความเสี่ยงสูงอย่าง Tokyo, Kanagawa และ Shizuoka ประกันแผ่นดินไหวสำหรับทรัพย์สินภายในคอนโดมิเนียมมีค่าใช้จ่ายประมาณ 2.000 - 3.800 JPY/year (~340.000 - 646.000 VND) ต่อวงเงินคุ้มครอง 1 million JPY (ตัวเลขปรับปรุง ณ August 2026)
- อัตราส่วนลดเบี้ยประกัน:
| ประเภทส่วนลด | เงื่อนไขการมีสิทธิ์ | การลดเบี้ยประกัน |
|---|---|---|
| ส่วนลด 免震 (Menshin) | บ้านมีโครงสร้างแยกแรงสั่นสะเทือน | ลด 50% |
| ส่วนลดระดับการต้านทานแผ่นดินไหว (耐震等級) | ระดับ 3 (Grade 3) ระดับ 2 (Grade 2) ระดับ 1 (Grade 1) |
ลด 50% ลด 30% ลด 10% |
| ส่วนลดบ้านมาตรฐานใหม่ (新耐震) | สร้างหลัง 01/06/1981 | ลด 10% |
หมายเหตุ: ไม่สามารถใช้ส่วนลดหลายประเภทพร้อมกันได้ คุณจะได้รับส่วนลดสูงสุดตามคุณสมบัติของอาคาร
6. วิธีรับมือที่ใช้ได้จริงระหว่างเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ในแมนชัน
เมื่อสัญญาณแจ้งเตือนแผ่นดินไหวฉุกเฉินจากโทรศัพท์ส่งเสียงบี๊บถี่ ๆ (โดยปกติจะแจ้งเตือนล่วงหน้า 5–15 วินาทีก่อนคลื่นแผ่นดินไหวหลักจะมาถึง) ให้ตั้งสติและทำตามขั้นตอนต่อไปนี้ทันที:
- ลงมือป้องกันตัวทันที (ปกป้องศีรษะ): ปฏิบัติตามกฎ “Drop, Cover, Hold on” — ย่อตัวลง เข้าไปใต้โต๊ะที่แข็งแรง และใช้มือหรือเบาะป้องกันศีรษะและลำคอให้แน่นหนา อยู่ห่างจากประตูกระจก กระจกเงา ตู้สูง หรือชั้นวางของ
- เปิดประตูหน้าบ้าน (ปลดล็อกประตู): ทันทีที่แรงสั่นสะเทือนสงบลงชั่วคราว ให้เปิดประตูทางเข้าแง้มไว้เล็กน้อย (玄関 - genkan) แผ่นดินไหวรุนแรงอาจทำให้วงกบประตูคอนกรีตเสียรูป จนประตูติดและขัดขวางการหลบหนีในภายหลัง
- ปิดแหล่งความร้อน (ปิดแก๊สและเบรกเกอร์): หากกำลังทำอาหาร ให้ปิดเตาแก๊ส อย่างไรก็ตาม ระบบแก๊สในครัวเรือนของญี่ปุ่นปัจจุบันติดตั้งมิเตอร์นิรภัยอัจฉริยะ (マイコンメーター - maikon meta) ซึ่งจะตัดแก๊สโดยอัตโนมัติเมื่อแรงสั่นสะเทือนถึงระดับ Shindo 5 ขึ้นไป หากจำเป็นต้องอพยพ ให้ปิดเบรกเกอร์ไฟฟ้า (ブレーカー - bureka) เพื่อป้องกันไฟฟ้าลัดวงจรและไฟไหม้เมื่อไฟฟ้ากลับมา
- อย่ารีบวิ่งไปที่บันไดหรือลิฟต์ทันที: อย่ารีบออกไปข้างนอกขณะที่พื้นดินยังสั่นอยู่ เพราะมีความเสี่ยงสูงมากที่จะถูกเศษกระจกหรือกระเบื้องผนังภายนอกอาคารตกใส่ ห้ามใช้ลิฟต์โดยเด็ดขาด
- ตรวจสอบจุดอพยพ (避難所 - hinanjo): ควรตรวจสอบล่วงหน้าว่าโรงเรียนหรือสวนสาธารณะใกล้บ้านแห่งใดได้รับการกำหนดโดยหน่วยงานท้องถิ่นให้เป็นจุดอพยพฉุกเฉิน
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: บ้านเช่าเก่าที่สร้างก่อน 1981 (旧耐震) อันตรายจริงหรือไม่ และจะตรวจสอบได้อย่างไร? คำตอบ: บ้านที่สร้างก่อน June 1981 ใช้มาตรฐานโครงสร้างที่อ่อนแอกว่า อย่างไรก็ตาม อาคารจำนวนมากได้รับการเสริมความแข็งแรงโดยเจ้าของผ่านการปรับปรุงต้านทานแผ่นดินไหว (耐震改修 - taishin kaishuu) ให้สอบถามบริษัทนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ว่าอาคารมี “ใบรับรองการประเมินการต้านทานแผ่นดินไหว” (耐震診断書 - taishin shindansho) หรือไม่ หากยังไม่ได้รับการเสริมความแข็งแรง ควรพิจารณาย้ายไปยังอาคารที่เป็นไปตามมาตรฐาน 新耐震 (shin-taishin) เพื่อความปลอดภัยที่มากกว่า
ถาม: นักเรียนต่างชาติหรือผู้ฝึกงานด้านเทคนิคที่เช่าห้องขนาดเล็กจำเป็นต้องทำประกันแผ่นดินไหวหรือไม่? คำตอบ: แนะนำให้ทำอย่างยิ่ง สำหรับห้องเช่า คุณต้องทำประกันแผ่นดินไหวเฉพาะส่วน ทรัพย์สินภายในบ้าน (家財 - kazai) เท่านั้น เบี้ยประกันมีราคาไม่แพง อยู่ที่ประมาณ 1.000 - 2.000 JPY/year (~170.000 - 340.000 VND as of August 2026) แต่หากแผ่นดินไหวทำให้คอมพิวเตอร์ โทรทัศน์ หรือตู้เย็นเสียหาย คุณจะได้รับเงินชดเชยจำนวนมากเพื่อนำไปซื้อทดแทน
ถาม: แอปโทรศัพท์ใดให้การแจ้งเตือนแผ่นดินไหวในญี่ปุ่นได้รวดเร็วและแม่นยำที่สุด? คำตอบ: นอกจากระบบแจ้งเตือนฉุกเฉินที่ติดมากับ SIM card ของญี่ปุ่นแล้ว ควรติดตั้ง Yurekuru Call (ゆれくるコール) หรือ NERV Disaster Prevention (特務機関NERV防災) แอปเหล่านี้รองรับการตั้งค่าภาษาเวียดนาม/อังกฤษ และแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ไม่กี่วินาทีก่อนแรงสั่นสะเทือนจะมาถึงจุดที่คุณอยู่
ถาม: หากแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ทำให้น้ำประปาในอาคารอพาร์ตเมนต์หยุดไหล ควรดูแลสุขอนามัยส่วนตัวอย่างไร? คำตอบ: ห้ามกดชักโครกโดยเด็ดขาด แม้ถังเก็บน้ำในบ้านจะยังมีน้ำอยู่ก็ตาม หากท่อระบายน้ำส่วนกลางของอาคารแตกร้าวหรือเสียหายที่ชั้นล่าง น้ำเสียอาจไหลย้อนกลับเข้าบ้านบริเวณชั้นล่าง ให้รองโถสุขภัณฑ์ด้วยถุงพลาสติกสีดำเฉพาะสำหรับ 簡易トイレ (kan'i toi-re) เติมสารทำให้แข็งตัว (凝固剤 - gyoukozai) หลังใช้งาน จากนั้นมัดปากถุงให้แน่นและทิ้งเป็นขยะเผาได้ (燃えるゴミ - moeru gomi)
สรุปและคำแนะนำสำหรับอ่านเพิ่มเติม
ความปลอดภัยจากภัยพิบัติในญี่ปุ่นไม่ได้เกิดจากโชค แต่เกิดจากความรู้และการเตรียมตัวอย่างรอบด้าน ด้วยการเรียนรู้วิธีอ่านข้อมูลบ้านตามมาตรฐาน 新耐震 (shin-taishin) ยึดเฟอร์นิเจอร์ด้วยเสาค้ำง่าย ๆ เตรียม 防災リュック (bosai ryukku) และทำประกันแผ่นดินไหว คุณก็สามารถควบคุมความปลอดภัยของตัวเองได้อย่างเต็มที่และปกป้องครอบครัวในทุกสถานการณ์แผ่นดินไหว
หากต้องการอ่านคำแนะนำที่มีประโยชน์และนำไปใช้ได้จริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ชีวิต ทำงาน และท่องเที่ยวในดินแดนอาทิตย์อุทัย ลองดูบทความอื่น ๆ ในหมวดเดียวกันบน OlaChill:
- รับเคล็ดลับล่าสุดเกี่ยวกับการเช่าบ้านและการจัดการขั้นตอนต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันได้ที่ บล็อก OlaChill
- ออกทริปสุดผ่อนคลายในช่วงสุดสัปดาห์กับ ทัวร์แบบไปเช้าเย็นกลับจาก Tokyo พร้อมไกด์ภาษาเวียดนาม
- อ่านบทความฉบับละเอียดในซีรีส์: วิธีตรวจสอบสัญญาเช่าบ้านในญี่ปุ่น
ความคิดเห็น
ยังไม่มีรีวิว — เป็นคนแรกสิ!



