
พาภรรยาและลูกมาอยู่ญี่ปุ่น: สิ่งที่ควรพิจารณาเมื่อเช่าอพาร์ตเมนต์สำหรับครอบครัว
คู่มือฉบับละเอียดสำหรับการเช่าอพาร์ตเมนต์สำหรับครอบครัวแบบ 2K–3LDK ในญี่ปุ่นเมื่อต้องพาภรรยาและลูกมาอยู่ด้วย ครอบคลุมการคำนวณค่าใช้จ่าย การเลือกย่านใกล้โรงเรียนและโรงพยาบาล และการเพิ่มสมาชิกครอบครัวในสัญญาเช่า
7 ส.ค. 2569·✍️ olablog·⏱ 5 นาทีในการอ่าน
คู่มือฉบับละเอียดสำหรับการเช่าอพาร์ตเมนต์สำหรับครอบครัวแบบ 2K–3LDK ในญี่ปุ่นเมื่อต้องพาภรรยาและลูกมาอยู่ด้วย ครอบคลุมการคำนวณค่าใช้จ่าย การเลือกย่านใกล้โรงเรียนและโรงพยาบาล และการเพิ่มสมาชิกครอบครัวในสัญญาเช่า
การพาภรรยาและลูกมาอยู่ญี่ปุ่นเพื่อรวมครอบครัวถือเป็นก้าวสำคัญ และเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในชีวิตของชาวเวียดนามที่อาศัยอยู่ในดินแดนอาทิตย์อุทัย อย่างไรก็ตาม ความสุขจากการได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากันก็มักมาพร้อมความกังวลไม่น้อย แล้วจะหาอพาร์ตเมนต์ที่กว้างขวาง ปลอดภัยสำหรับเด็กเล็ก และยังอยู่ในงบประมาณของครอบครัวได้อย่างไร? การหาที่พักสำหรับทั้งครอบครัวต่างจากการอยู่คนเดียว ซึ่งอพาร์ตเมนต์ขนาดกะทัดรัดแบบ 1K หรือ 1R อาจเพียงพอ เพราะต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ตั้งแต่ผังห้อง (2K, 2DK, 2LDK หรือ 3LDK) ระยะทางจากโรงเรียนอนุบาลและคลินิกเด็ก ไปจนถึงขั้นตอนทางกฎหมายที่ซับซ้อนในการเพิ่มสมาชิกครอบครัวลงในสัญญาเช่า บทความนี้เป็นคู่มือเชิงปฏิบัติที่จะช่วยให้คุณเตรียมตัวได้อย่างรอบคอบที่สุดก่อนพาครอบครัวมาตั้งหลักในญี่ปุ่น
ทำไมการเช่าที่พักสำหรับครอบครัวในญี่ปุ่นจึงซับซ้อนกว่าที่คิด?
เมื่ออยู่คนเดียวในญี่ปุ่น วิศวกร ผู้ฝึกงานด้านเทคนิค และนักศึกษาต่างชาติมักให้ความสำคัญกับที่พักราคาไม่แพงใกล้สถานีรถไฟ เพื่อเดินทางไปทำงานหรือไปเรียนได้สะดวก แต่เมื่อภรรยาและลูกเล็กย้ายมาอยู่ด้วย ลำดับความสำคัญเหล่านี้จะเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง:
- ข้อจำกัดจำนวนผู้อยู่อาศัย (入居人数制限 - Nyukyo ninzu seigen): ในญี่ปุ่น อพาร์ตเมนต์แบบ 1R และ 1K ส่วนใหญ่สร้างไว้สำหรับผู้อยู่อาศัยคนเดียว (単身専用 - tanshin senyo) เจ้าของที่พัก (家主 - yanushi) และบริษัทจัดการอสังหาริมทรัพย์ (管理会社 - kanri gaisha) ห้ามย้ายคนอื่นเข้ามาอยู่โดยไม่ได้รับอนุญาตอย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืน สัญญาเช่าอาจถูกยกเลิกฝ่ายเดียว และคุณอาจถูกปรับ
- มาตรฐานการตรวจสอบเข้มงวดขึ้น (入居審査 - Nyukyo shinsa): เมื่อเปลี่ยนไปเช่าอพาร์ตเมนต์สำหรับครอบครัว (ファミリー向け - famiri muke) บริษัทค้ำประกัน (保証会社 - hoshogaisha) จะตรวจสอบรายได้ต่อเดือนของคุณอย่างละเอียดมากขึ้น เพื่อให้แน่ใจว่าคุณสามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตของสมาชิกหลายคนได้
- สภาพแวดล้อมโดยรอบ: เสียงเด็กร้องหรือเสียงวิ่งเล่นอาจนำไปสู่ข้อพิพาทเรื่องเสียงรบกวน (騒音トラブル - soon toraburu) กับเพื่อนบ้าน ดังนั้น โครงสร้างอาคารและลักษณะของย่านที่พักจึงเป็นปัจจัยชี้ขาด
เปรียบเทียบผังห้อง: ควรเลือกอพาร์ตเมนต์แบบ 2K, 2DK, 2LDK หรือ 3LDK?
ผังอพาร์ตเมนต์ในญี่ปุ่นใช้ตัวอักษรต่อไปนี้: R (Room), K (Kitchen), D (Dining) และ L (Living) หากกำลังจะพาครอบครัวมาอยู่ด้วย ลองพิจารณาตัวเลือกต่อไปนี้:
1. อพาร์ตเมนต์แบบ 2K / 2DK: ทางเลือกประหยัดสำหรับครอบครัวขนาดเล็ก (ผู้ใหญ่ 2 คน + เด็กทารก 1 คน)
- 2K: ห้องนอนแยก 2 ห้อง และพื้นที่ครัวขนาดเล็ก (โดยทั่วไปมีพื้นที่ไม่ถึง 4.5 เสื่อทาทามิ ~ 7.5 m²)
- 2DK: ห้องนอน 2 ห้อง และพื้นที่รับประทานอาหารกับครัวรวมกัน (DK) ขนาดประมาณ 6–10 เสื่อทาทามิ (~10–16 m²)
- ข้อดี: ค่าเช่าถูกกว่า และหาได้ค่อนข้างง่ายในเขตชานเมือง
- ข้อเสีย: พื้นที่ส่วนกลางอาจเริ่มคับแคบเมื่อเด็กโตขึ้นและเริ่มซุกซนมากขึ้น
2. อพาร์ตเมนต์แบบ 2LDK: ตัวเลือกที่เหมาะที่สุดสำหรับครอบครัวเวียดนามส่วนใหญ่
- ผังห้อง: ห้องนอนแยก 2 ห้อง + พื้นที่นั่งเล่น รับประทานอาหาร และครัวรวมกัน (LDK) ขนาด 10 เสื่อทาทามิขึ้นไป (~16 m² ขึ้นไป) โดยทั่วไปมีพื้นที่ใช้สอยรวมตั้งแต่ 45 m² ถึง 60 m²
- ข้อดี: ผังห้องโปร่ง แบ่งพื้นที่รับแขก พื้นที่ให้เด็กเล่น และห้องนอนของพ่อแม่ได้อย่างชัดเจน
- ข้อเสีย: ค่าเช่าสูงกว่า 2DK ในย่านเดียวกันประมาณ 20% – 35%
3. อพาร์ตเมนต์แบบ 3LDK: ความสะดวกสบายสูงสุดสำหรับครอบครัวที่มีสมาชิก 4 คนขึ้นไป หรือผู้ที่ต้องการห้องทำงานที่บ้าน
- ผังห้อง: ห้องนอนแยก 3 ห้อง + พื้นที่ LDK ขนาดกว้างขวาง (โดยทั่วไปมีพื้นที่ตั้งแต่ 60 m² ถึงมากกว่า 80 m²)
- ข้อดี: เหมาะสำหรับครอบครัวที่มีลูก 2 คนขึ้นไป ผู้ที่ต้องการห้องทำงานที่บ้านแยกต่างหากสำหรับการทำงานทางไกล หรือผู้ที่ต้องการห้องเก็บของเล่น
- ข้อเสีย: ค่าเช่าและค่าบริหารจัดการ (共益費 - kyoekihi) สูงกว่า รวมถึงมีค่าใช้จ่ายด้านความร้อนและเครื่องปรับอากาศมากขึ้นในฤดูหนาวและฤดูร้อน
การวางงบประมาณ: ค่าเช่าเท่าไรจึงจะปลอดภัยสำหรับครอบครัว?
จากผลสำรวจตลาดอสังหาริมทรัพย์ในญี่ปุ่น แรงกดดันด้านค่าเช่าในเมืองใหญ่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ดังนั้นการวางแผนการเงินที่สอดคล้องกับความเป็นจริงจึงสำคัญอย่างยิ่ง
1. ค่าเช่าเฉลี่ยต่อเดือน
ค่าเช่าอพาร์ตเมนต์สำหรับครอบครัวแตกต่างกันมากตามทำเล ราคาต่อไปนี้เป็นราคาอ้างอิงสำหรับอพาร์ตเมนต์แบบ 2DK – 2LDK มาตรฐาน:
- 23 เขตของโตเกียวตอนกลาง (23区 - Niju-san ku): 140.000 JPY – 230.000 JPY/เดือน (ประมาณ 23,1 – 37,9 ล้าน VND)
- ชานเมืองโตเกียว (เช่น Tachikawa, Hachioji และ Fuchu) หรือจังหวัดใกล้เคียง (Kanagawa, Saitama, Chiba): 75.000 JPY – 120.000 JPY/เดือน (ประมาณ 12,3 – 19,8 ล้าน VND)
- ภูมิภาค Kansai (Osaka, Hyogo) รวมถึง Aichi และ Fukuoka: 60.000 JPY – 95.000 JPY/เดือน (ประมาณ 9,9 – 15,6 ล้าน VND)
หมายเหตุ: อัตราแลกเปลี่ยนโดยประมาณคือ 1 JPY ≈ 165 VND
2. หลักความปลอดภัยทางการเงิน (กฎ 1/3)
เมื่อพิจารณาใบสมัครเช่าที่พัก (入居審査 - nyukyo shinsa) บริษัทค้ำประกันจะใช้หลักเกณฑ์ต่อไปนี้: ค่าใช้จ่ายด้านที่อยู่อาศัยทั้งหมดต่อเดือน (ค่าเช่า + ค่าบริหารจัดการ 共益費) ไม่ควรเกิน 30% ถึง 33% ของรายได้สุทธิทั้งหมดของผู้ทำสัญญา (手取り - tedori)
ตัวอย่างเช่น หากรายได้สุทธิต่อเดือนของคุณอยู่ที่ 300.000 JPY (49,5 ล้าน VND) ค่าเช่าสูงสุดที่ควรมองหาคือ 90.000 JPY – 100.000 JPY/เดือน (14,8 – 16,5 ล้าน VND)
3. สรุปค่าใช้จ่ายแรกเข้า (初期費用 - Shoki hiyou)
โดยทั่วไป ค่าใช้จ่ายแรกเข้าเมื่อเซ็นสัญญาเช่าอพาร์ตเมนต์สำหรับครอบครัวจะอยู่ที่ ประมาณ 3,5 ถึง 5 เท่า ของค่าเช่าหนึ่งเดือน
| ค่าธรรมเนียมภาษาญี่ปุ่น | โรมาจิ | ค่าใช้จ่ายทั่วไป | เงื่อนไขและหมายเหตุ |
|---|---|---|---|
| 敷金 | Shikikin | ค่าเช่า 1 – 2 เดือน | เงินประกัน (คืนบางส่วนหลังหักค่าทำความสะอาดและค่าซ่อมแซมสภาพห้อง) |
| 礼金 | Reikin | ค่าเช่า 0 – 1 เดือน | เงินกินเปล่า / เงินมอบให้เจ้าของที่พัก (ไม่สามารถขอคืนได้) |
| 仲介手数料 | Chukaitesuuryo | ค่าเช่า 0,5 – 1 เดือน + ภาษี 10% | ค่านายหน้าอสังหาริมทรัพย์ |
| 保証会社初年度 fee | Hoshogaisha hi | 50% – 100% ของค่าเช่าเดือนแรก | ค่าบริษัทค้ำประกัน (บังคับจ่าย) |
| 火災保険料 | Kasai hokenryo | 15.000 – 25.000 JPY / 2 ปี | ค่าเบี้ยประกันอัคคีภัยและความรับผิดต่อบุคคลภาคบังคับ |
| 鍵交換費用 | Kagi kokan hiyou | 15.000 – 25.000 JPY | ค่าการเปลี่ยนกุญแจเป็นชุดใหม่ที่ปลอดภัยกว่า |
| 前家賃 | Mae yachin | ค่าเช่า 1 เดือน | ค่าเช่าที่ชำระล่วงหน้าสำหรับเดือนแรกหลังย้ายเข้า |
หมายเหตุ: ภาษีการบริโภค (消費税 - shohizei) ที่เรียกเก็บจากค่านายหน้าและค่าบริการยังคงอยู่ที่ 10%
การเลือกย่านและสภาพแวดล้อมที่เหมาะกับเด็กเล็ก
อพาร์ตเมนต์สำหรับครอบครัวที่เหมาะสมไม่ได้พิจารณาเพียงพื้นที่ภายในห้องเท่านั้น แต่ยังรวมถึงสภาพแวดล้อมโดยรอบด้วย
1. โครงสร้างอาคารและการเก็บเสียง (防音 - Boon)
เด็กเล็กมักวิ่งเล่น เล่นของเล่น หรือร้องไห้ในเวลากลางคืน หากเช่าที่พักที่เก็บเสียงได้ไม่ดี ก็อาจมีปัญหากับเพื่อนบ้านได้ง่าย
- โครงสร้างคอนกรีตเสริมเหล็ก (RC造 - Arushi zo / SRC造 - Esuarushi zo): เก็บเสียงได้ดีเยี่ยม ช่วยลดเสียงที่ส่งผ่านพื้นและผนัง นี่คือตัวเลือกอันดับหนึ่งสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็ก
- โครงสร้างเหล็กน้ำหนักเบา (軽量鉄骨 - Keiro tekkotsu) หรือโครงสร้างไม้ (木造 - Mokuzo): เก็บเสียงได้น้อยกว่า หากเช่าที่พักประเภทนี้ ควรให้ความสำคัญกับการเลือกห้องชั้น 1 (1階 - Ikkai) เพื่อป้องกันเสียงฝีเท้ารบกวนผู้อยู่อาศัยด้านล่าง
2. สิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับครอบครัวในระยะเดิน
เมื่อไปชมห้อง (内見 - naiken) ควรเดินสำรวจย่านโดยรอบเป็นเวลา 10–15 นาที เพื่อตรวจสอบสิ่งต่อไปนี้:
- สถานรับเลี้ยงเด็ก / โรงเรียนอนุบาล (保育園 - Hoikuen / 幼稚園 - Yochien): ตรวจสอบว่าเขตหรือเมืองนั้นมีปัญหาขาดแคลนสถานรับเลี้ยงเด็กหรือไม่ (待機児童 - taiki jido)
- โรงเรียนประถมศึกษา (小学校 - Shogakko): ตรวจสอบว่าเส้นทางจากบ้านไปโรงเรียนมีทางเท้าแยกที่ปลอดภัย และมีรถบรรทุกสัญจรน้อยหรือไม่
- สถานพยาบาล: ควรมีคลินิกกุมารเวชอย่างน้อย 1 แห่ง (小児科 - Shonika) หรือโรงพยาบาลทั่วไป (総合病院 - Sogo byoin) อยู่ใกล้เคียง เพื่อให้พาไปรักษาได้อย่างรวดเร็วเมื่อลูกมีไข้หรือเจ็บป่วย
- พื้นที่สีเขียว: เลือกที่พักใกล้สวนสาธารณะ (公園 - Koen) หรือย่านที่อยู่อาศัยเงียบสงบ (閑静な住宅街 - Kansei na jutakugai) ซึ่งมีครอบครัวที่มีเด็กเล็กอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก
ขั้นตอนการเพิ่มภรรยาและลูกในสัญญาเช่าเดิม หรือย้ายไปที่พักแห่งใหม่
ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ของอพาร์ตเมนต์ปัจจุบันของคุณ โดยมีทางเลือกหลัก 2 ทาง:
กรณีที่ 1: เพิ่มผู้อยู่อาศัยในอพาร์ตเมนต์ปัจจุบัน (同居人追加 - Dokyonin tsuika)
หากอพาร์ตเมนต์ปัจจุบันอนุญาตให้อยู่ร่วมกันได้ (同居可 - dokyo ka) และมีพื้นที่กว้างพอ:
- แจ้งบริษัทจัดการ (管理会社 - Kanri gaisha): แจ้งแผนการพาภรรยาและ/หรือลูกมาอยู่ด้วยล่วงหน้าอย่างน้อย 1–2 เดือน
- ยื่นเอกสารเพิ่มเติม (同居人追加手続き - Dokyonin tsuika tetsuzuki):
- บัตรประจำตัวผู้พำนักของภรรยา/ลูก (在留カード - Zairyu kado) หลังเดินทางเข้าญี่ปุ่น
- ทะเบียนผู้อยู่อาศัยฉบับล่าสุด (住民票 - Juminhyo) ซึ่งแสดงชื่อสมาชิกครอบครัวทุกคน (ขอได้จากสำนักงานเทศบาลหรือสำนักงานเขต 市役所/区役所)
- ทะเบียนสมรส / สูติบัตรของลูก (แปลเป็นภาษาญี่ปุ่นและรับรองเอกสารโดยโนตารี)
- ตรวจสอบสัญญาเช่าใหม่: บริษัทค้ำประกันอาจขอหนังสือรับรองรายได้ฉบับปรับปรุง (所得証明書 - Shotoku shomeisho) จากผู้ทำสัญญา ผู้ให้บริการบางรายอาจเรียกเก็บค่าปรับแก้สัญญาเช่าเพิ่มเติม (ประมาณ 10.000 – 30.000 JPY)
กรณีที่ 2: เช่าอพาร์ตเมนต์ใหม่โดยเฉพาะสำหรับครอบครัว
หากที่พักเดิมเป็นที่พักสำหรับผู้อยู่อาศัยคนเดียว (単身専用 - tanshin senyo) หรือมีขนาดเล็กเกินไป:
- เริ่มหาที่พักล่วงหน้า 2 - 3 เดือน: ติดต่อบริษัทตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ที่มีชื่อเสียงและให้บริการช่วยเหลือชาวต่างชาติ
- ยื่นใบสมัครเช่าที่พัก (入居 infrastructure 申込 - Nyukyo moshikomi): เตรียมสถานะการพำนัก สัญญาจ้างงาน และหลักฐานรายได้ที่เพียงพอต่อการดูแลครอบครัว
- ชำระค่าใช้จ่ายแรกเข้าและเซ็นสัญญาเช่า: โอนเงินผ่านธนาคารเพื่อชำระค่าธรรมเนียมแรกเข้า
- ยกเลิกสัญญาเช่าเดิม: อย่าลืมแจ้งยกเลิกที่พักเดิม (โดยปกติต้องแจ้งล่วงหน้า 1–2 เดือนตามเงื่อนไขในสัญญาเช่า) เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าเช่าซ้อนกัน (二重家賃 - Nijuyachin)
คำถามที่พบบ่อย
ถาม: สามารถให้ภรรยาและลูกพักอยู่ในอพาร์ตเมนต์ 1K ปัจจุบันสักสองสามเดือน ก่อนย้ายไปที่ใหม่ได้หรือไม่?
ไม่แนะนำ สัญญาเช่า 1K ส่วนใหญ่ในญี่ปุ่นระบุไว้อย่างชัดเจนว่าอพาร์ตเมนต์มีไว้สำหรับผู้อยู่อาศัยคนเดียว การจงใจให้สมาชิกครอบครัวเข้ามาอยู่ด้วยโดยไม่แจ้งถือเป็นการละเมิดสัญญาเช่าอย่างร้ายแรง แม้จะพักอยู่เพียงไม่กี่สัปดาห์ก็ตาม หากเรื่องนี้ถูกตรวจพบจากกล้องรักษาความปลอดภัยหรือคำร้องเรียนของเพื่อนบ้าน สัญญาเช่าของคุณอาจถูกยกเลิกฝ่ายเดียว และคุณอาจถูกขอให้ย้ายออกภายในระยะเวลาอันสั้น
ถาม: บ้าน UR (UR賃貸住宅) เหมาะสำหรับครอบครัวที่พาญาติจากเวียดนามมาอยู่ด้วยหรือไม่?
เหมาะเป็นอย่างยิ่ง บ้าน UR ซึ่งบริหารโดยรัฐบาล/Urban Renaissance Agency มีข้อได้เปรียบหลายประการ ได้แก่ ไม่ต้องจ่ายเงินกินเปล่า (Reikin = 0) ไม่ต้องจ่ายค่านายหน้า (Chukaitesuuryo = 0) และไม่จำเป็นต้องมีผู้ค้ำประกันหรือจ่ายค่าค้ำประกัน นอกจากนี้ อพาร์ตเมนต์ UR โดยทั่วไปยังกว้างขวางมาก (2LDK, 3LDK) อย่างไรก็ตาม เกณฑ์รายได้ขั้นต่ำสำหรับการสมัครบ้าน UR แบบครอบครัวค่อนข้างสูง และที่พักเหล่านี้มักอยู่ห่างจากสถานีรถไฟพอสมควร
ถาม: ต้องใช้เอกสารเกี่ยวกับที่พักอะไรบ้างเมื่อต้องดำเนินขั้นตอนตรวจคนเข้าเมืองของภรรยาและลูกที่สำนักงานเทศบาล (役所 - Yakusho)?
เมื่อลงทะเบียนครัวเรือนและขอทะเบียนผู้อยู่อาศัย (住民票 - Juminhyo) ให้ภรรยาและลูก ควรนำสัญญาเช่าฉบับจริงมา (เพื่อยืนยันว่าอพาร์ตเมนต์อนุญาตให้มีผู้อยู่อาศัยหลายคน) รวมถึงบัตรประจำตัวผู้พำนักของคุณ ภรรยาและลูก หนังสือเดินทาง และทะเบียนสมรส/สูติบัตรที่แปลเป็นภาษาญี่ปุ่น
ถาม: ค่าสาธารณูปโภค ได้แก่ ค่าไฟฟ้า ค่าน้ำ และค่าแก๊ส สำหรับครอบครัว 3 คนในญี่ปุ่นอยู่ที่เท่าไรต่อเดือน?
ค่าสาธารณูปโภคโดยเฉลี่ย (光熱費 - Konetsuhi) สำหรับครอบครัว 3 คนในญี่ปุ่นอยู่ที่ 18.000 JPY ถึง 28.000 JPY/เดือน (~3 – 4,6 ล้าน VND) ขึ้นอยู่กับฤดูกาล โดยทั่วไปฤดูหนาวมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าฤดูร้อน เนื่องจากต้องใช้เครื่องทำความร้อนและน้ำอุ่นมากขึ้น
สรุปและบทความแนะนำสำหรับอ่านเพิ่มเติม
การเตรียมที่พักที่สะดวกสบายก่อนพาภรรยาและลูกมาอยู่ญี่ปุ่น ไม่เพียงช่วยให้ครอบครัวปรับตัวเข้ากับชีวิตที่นี่ได้รวดเร็วยิ่งขึ้น แต่ยังช่วยป้องกันปัญหาทางกฎหมายและความขัดแย้งที่ไม่จำเป็นกับเจ้าของที่พักได้อีกมาก วางแผนการเงินอย่างรอบคอบ เลือกที่พักกว้างขวางใกล้สถานรับเลี้ยงเด็กและสถานพยาบาล และดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้องเพื่ออัปเดตข้อมูลการพำนัก
หากต้องการทำความเข้าใจชีวิตประจำวันและขั้นตอนด้านเอกสารราชการในญี่ปุ่นให้มากขึ้น คุณสามารถอ่านบทความที่มีประโยชน์เหล่านี้ได้เช่นกัน:
- อ่านเคล็ดลับเชิงปฏิบัติสำหรับชีวิตประจำวันและการใช้ชีวิตที่ Blog OlaChill
- ดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคู่มือที่อยู่อาศัยและอสังหาริมทรัพย์ได้ที่ OlaChill
- อ่านบทความเชิงลึก: [คู่มือการเช่าที่พักในญี่ปุ่นจาก
ความคิดเห็น
ยังไม่มีรีวิว — เป็นคนแรกสิ!



