
Suica, Pasmo และ Welcome Suica
เดินทางและชำระเงินในญี่ปุ่นได้อย่างสะดวกด้วยคู่มือ Suica, Pasmo และ Welcome Suica พร้อมเคล็ดลับสำคัญสำหรับนักเดินทางชาวอินเดียและบังกลาเทศเกี่ยวกับบัตรบนมือถือ การเติมเงินด้วยบัตรต่างประเทศ และการขอคืนเงิน
10 ก.ค. 2569·✍️ olablog·⏱ 8 นาทีในการอ่าน
เดินทางและชำระเงินในญี่ปุ่นได้อย่างสะดวกด้วยคู่มือ Suica, Pasmo และ Welcome Suica พร้อมเคล็ดลับสำคัญสำหรับนักเดินทางชาวอินเดียและบังกลาเทศเกี่ยวกับบัตรบนมือถือ การเติมเงินด้วยบัตรต่างประเทศ และการขอคืนเงิน
เครือข่ายขนส่งสาธารณะของญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องประสิทธิภาพและความตรงต่อเวลา ซึ่งอาจดูซับซ้อนและน่ากังวลสำหรับผู้มาเยือนจากอินเดียและบังกลาเทศที่เดินทางมาญี่ปุ่นเป็นครั้งแรก ขณะต้องรับมือกับสถานีขนาดใหญ่และเส้นทางอันวกวน เครื่องมือเรียบง่ายแต่ขาดไม่ได้อย่างหนึ่งจะกลายเป็นเพื่อนคู่ใจของคุณ นั่นคือบัตร IC บัตรอัจฉริยะชนิดเติมเงินได้เหล่านี้ โดยเฉพาะ Suica และ Pasmo ช่วยให้การเดินทางด้วยรถไฟ รถไฟใต้ดิน และรถบัสเป็นเรื่องง่ายขึ้น อีกทั้งยังใช้ชำระเงินตามร้านค้ามากมายได้ด้วย การทำความเข้าใจวิธีซื้อ ใช้งาน และจัดการบัตรเหล่านี้ โดยเฉพาะ Mobile Suica และ Welcome Suica ที่ออกแบบมาเพื่อผู้เดินทาง จะช่วยประหยัดเวลาและลดความยุ่งยากได้มาก ทำให้ประสบการณ์ท่องเที่ยวของคุณราบรื่นยิ่งขึ้น
บัตร IC คืออะไร และทำไมคุณจึงควรมีไว้?
ลองนึกภาพบัตรใบเดียวที่พาคุณผ่านประตูรถไฟใต้ดิน ขึ้นรถบัส และยังใช้จ่ายค่าขนมที่ร้านสะดวกซื้อได้ นั่นคือสิ่งที่บัตร IC (Integrated Circuit) อย่าง Suica หรือ Pasmo มอบให้ในญี่ปุ่น บัตรอัจฉริยะแบบไร้สัมผัสเหล่านี้ช่วยให้คุณไม่ต้องซื้อตั๋วแยกสำหรับแต่ละเที่ยว ซึ่งอาจเสียเวลามาก โดยเฉพาะในช่วงเร่งด่วนที่สถานีคึกคักอย่าง Shinjuku หรือ Shibuya สำหรับนักเดินทางที่คุ้นเคยกับระบบเหรียญหรือตั๋วของ Delhi Metro หรือ Dhaka Metro แนวคิดนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ แต่การที่บัตร IC ใช้ได้กว้างขวางทั่วญี่ปุ่นนั้นถือว่าน่าประทับใจมาก
ข้อดีหลักของบัตร IC คือความสะดวกสบายที่เหนือชั้น แทนที่จะต้องควานหาเงินทอนหรือพยายามทำความเข้าใจตารางค่าโดยสารที่ซับซ้อน เพียงแตะบัตรกับเครื่องอ่านที่ประตูตรวจตั๋วหรือบนรถบัส ค่าโดยสารที่ถูกต้องจะถูกหักโดยอัตโนมัติ ช่วยประหยัดเวลาอันมีค่าให้คุณนำไปใช้สำรวจวัฒนธรรมอันเป็นเอกลักษณ์ของญี่ปุ่นได้มากขึ้น ประสบการณ์ที่ราบรื่นนี้มีประโยชน์อย่างยิ่งสำหรับผู้มาเยือนที่มีเวลาจำกัด เพราะสามารถเปลี่ยนแผนกะทันหันได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการซื้อตั๋วใหม่ นอกจากนี้ บัตรเหล่านี้ไม่ได้ใช้ได้เฉพาะกับการเดินทางเท่านั้น แต่ยังใช้กับตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ตู้ล็อกเกอร์หยอดเหรียญ และร้านค้าหลากหลายประเภท จึงเป็นช่องทางชำระเงินที่ยืดหยุ่นสำหรับการใช้ชีวิตประจำวัน
สำหรับนักเดินทางชาวอินเดียและบังกลาเทศ การจัดการสกุลเงินต่างประเทศอาจเป็นเรื่องน่ากังวลเล็กน้อย แม้ว่าบัตรเครดิตรายใหญ่จะใช้ได้ในหลายสถานที่ แต่การมีบัตร IC ที่เติมเงินเยนญี่ปุ่น (¥) ไว้จะช่วยให้การซื้อของชิ้นเล็ก ๆ ง่ายขึ้น ลดความจำเป็นต้องพกเงินสดหรือกังวลเรื่องยอดใช้จ่ายขั้นต่ำของบัตร บัตรนี้ทำหน้าที่เสมือนกระเป๋าเงินดิจิทัลสำหรับการเดินทางประจำวันและการซื้อของเล็กน้อย ช่วยให้รู้สึกปลอดภัยและคล่องตัว ไม่ว่าจะซื้อเบนโตะอย่างรวดเร็ว ซื้อเครื่องดื่มจากตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ หรือฝากสัมภาระ บัตร IC ก็มักจะใช้ได้ ทำให้การผจญภัยในญี่ปุ่นของคุณสะดวกและสนุกยิ่งขึ้น
Suica กับ Pasmo: ทำความเข้าใจความแตกต่างหลัก
เมื่อวางแผนเดินทางไปญี่ปุ่น คุณจะต้องพบชื่อบัตร IC สำคัญสองประเภท ได้แก่ Suica และ Pasmo เดิมที Suica เปิดตัวโดย JR East ซึ่งเป็นบริษัทรถไฟหลักที่ให้บริการในภูมิภาค Kanto (รวมถึง Tokyo) ส่วน Pasmo เปิดตัวโดยผู้ให้บริการรถไฟเอกชนและรถไฟใต้ดินที่ไม่ใช่ JR ในพื้นที่เดียวกัน อย่างไรก็ตาม ความแตกต่างนี้เป็นเรื่องในอดีตเสียเป็นส่วนใหญ่ และแทบไม่มีผลในทางปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยวในปัจจุบัน ปัจจุบันบัตรทั้งสองประเภทใช้ร่วมกันได้อย่างสมบูรณ์บนเส้นทางรถไฟ รถไฟใต้ดิน และรถบัสสายหลักเกือบทั้งหมดในเมืองใหญ่ทั่วญี่ปุ่น ซึ่งเป็นระบบที่เรียกกันว่า “บริการใช้งานร่วมกันทั่วประเทศ” (全国相互利用サービス)
นั่นหมายความว่า หากคุณซื้อบัตร Suica ใน Tokyo ก็สามารถใช้ได้อย่างราบรื่นบนรถไฟใต้ดิน Kyoto รถไฟ JR ใน Osaka หรือรถรางใน Hiroshima และในทางกลับกันก็ใช้ Pasmo ได้เช่นเดียวกัน การตัดสินใจว่าจะเลือกบัตรใดมักขึ้นอยู่กับว่าคุณลงเครื่องที่ไหนเป็นแห่งแรก หรือเครื่องจำหน่ายตั๋วใดสะดวกที่สุดที่สถานีปลายทางของคุณ ตัวอย่างเช่น หากมาถึง Narita Airport และวางแผนขึ้นรถไฟ JR ก็อาจเห็น Suica วางจำหน่ายเด่นกว่าเล็กน้อย แต่หากอยู่ที่ Haneda และจะเข้าใจกลาง Tokyo ด้วยรถไฟใต้ดินเอกชน Pasmo อาจหาได้ง่ายกว่า ในการใช้งานจริง สำหรับกิจกรรมท่องเที่ยว 99% บัตรทั้งสองแทบไม่ต่างกัน
ความแตกต่างด้านการใช้งานที่อาจส่งผลต่อนักท่องเที่ยวเล็กน้อยคือสถานที่ขอคืนเงิน แม้บัตรทั้งสองจะใช้ได้ทั่วประเทศ แต่บัตร Suica แบบพลาสติกสามารถขอคืนเงินได้เฉพาะที่สถานี JR East ส่วนบัตร Pasmo แบบพลาสติกสามารถขอคืนเงินได้เฉพาะที่สถานีที่ไม่ใช่ JR ในภูมิภาค Kanto เท่านั้น เรื่องนี้ไม่สำคัญสำหรับคนส่วนใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อมี Mobile Suica และ Welcome Suica ที่มีนโยบายการคืนเงินหรือวันหมดอายุแตกต่างกัน ดังนั้น แทนที่จะเครียดกับการเลือกระหว่าง Suica กับ Pasmo ให้มุ่งหา บัตร IC ใดก็ได้ ที่เหมาะกับวิธีซื้อของคุณ เพราะไม่ว่าจะเลือกใบไหนก็ใช้งานได้กว้างขวางทั่วประเทศ
Mobile Suica และ Mobile Pasmo: การปฏิวัติด้วยสมาร์ตโฟนสำหรับนักเดินทางชาวอินเดียและบังกลาเทศ
วิธีใช้บัตร IC ที่สะดวกที่สุดและอาจเรียกได้ว่าพร้อมสำหรับอนาคตคือการใช้ผ่านสมาร์ตโฟน Mobile Suica และ Mobile Pasmo เปลี่ยน iPhone หรืออุปกรณ์ Android ของคุณให้กลายเป็นบัตร IC ดิจิทัล ช่วยให้แตะจ่ายโดยตรงจากโทรศัพท์ได้ สำหรับนักเดินทางจากอินเดียและบังกลาเทศที่คุ้นเคยกับเทคโนโลยี วิธีนี้สะดวกอย่างมาก เพราะไม่ต้องพกบัตรพลาสติกแยกต่างหากและไม่ต้องกังวลว่าบัตรจะหาย อย่างไรก็ตาม ต้องตรวจสอบเรื่องความเข้ากันได้และวิธีเติมเงินให้ดี โดยเฉพาะเมื่อใช้บัตรเครดิตต่างประเทศ
Mobile Suica บน iPhone จากอินเดีย
สำหรับผู้ใช้ iPhone นั้น Mobile Suica ผสานการทำงานเข้ากับ Apple Wallet โดยตรง iPhone ที่ซื้อในอินเดีย (หรือภูมิภาคอื่นนอกเหนือจากญี่ปุ่น จีนแผ่นดินใหญ่ และ Hong Kong) โดยทั่วไปจะรองรับ Mobile Suica หากเป็นรุ่น iPhone 8 ขึ้นไป ขั้นตอนคือเพิ่มบัตร Suica โดยตรงในแอป Apple Wallet คุณสามารถสร้างบัตร Suica ใหม่ หรือโอนยอดคงเหลือจากบัตร Suica แบบพลาสติกมาไว้ในโทรศัพท์ได้ (แต่การโอนบัตรจริงมักซับซ้อนกว่าสำหรับนักท่องเที่ยว) เมื่อเพิ่มบัตรแล้ว คุณก็เติมเงิน Mobile Suica ผ่าน Apple Pay ได้
อุปสรรคสำคัญสำหรับนักเดินทางต่างชาติหลายคน รวมถึงผู้เดินทางจากอินเดียและบังกลาเทศ คือ Apple Pay มักต้องใช้บัตรเครดิตที่ออกในญี่ปุ่นเพื่อเติมเงินโดยตรงผ่านแอป Suica หรือ Apple Wallet แม้ว่าบัตรเครดิต Visa หรือ Mastercard จากต่างประเทศบางใบ อาจ ใช้เติมเงินจำนวนเล็กน้อยครั้งแรกได้ แต่ไม่รับประกันว่าจะใช้งานได้อย่างสม่ำเสมอ ผู้ใช้จำนวนมากรายงานว่าการเติมเงิน Mobile Suica ด้วยบัตรต่างประเทศล้มเหลว วิธีที่น่าเชื่อถือที่สุดในการเติมเงิน Mobile Suica ด้วยบัตรต่างประเทศบน iPhone จากอินเดีย คือผูก Mobile Suica กับบัตรเครดิตที่ออกในต่างประเทศผ่าน Google Pay (ใช่แล้ว Google Pay ไม่ใช่ Apple Pay) หรือผ่านแอป Suica เอง หรือไปเติมเงินที่ร้านสะดวกซื้อ (ดูหัวข้อ “การเติมเงิน”) วิธีแก้ปัญหานี้คือเพิ่มบัตรต่างประเทศของคุณใน Google Pay ซึ่งมักใช้งานกับแอปขนส่งของญี่ปุ่นได้ดีกว่าอย่างน่าประหลาดใจ อีกทางเลือกหนึ่งคือใช้แอปอย่าง Revolut หรือ Wise ซึ่งอาจให้รายละเอียดบัตรเดบิตญี่ปุ่นเสมือน แต่ก็ทำให้ขั้นตอนซับซ้อนขึ้นอีกระดับ
Mobile Suica/Pasmo บน Android จากอินเดีย
ผู้ใช้ Android สามารถดาวน์โหลดแอปทางการ “Suica App” หรือ “PASMO App” จาก Google Play Store (คุณอาจต้องมีบัญชี Google Play ของญี่ปุ่น หรือติดตั้ง APK จากภายนอก ซึ่งมีความเสี่ยงและไม่ใช่วิธีที่แนะนำอย่างเป็นทางการ) โทรศัพท์ Android รุ่นใหม่ส่วนใหญ่ (โดยเฉพาะรุ่นที่รองรับ NFC) ที่ซื้อในอินเดียน่าจะรองรับการจำลอง FeliCa ในทางเทคนิค ซึ่งเป็นมาตรฐาน NFC ที่ใช้กับบัตร IC ในญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม การผสานการทำงานด้านซอฟต์แวร์อาจยุ่งยากกว่า iPhone
เช่นเดียวกับ iPhone การเติมเงิน Mobile Suica หรือ Pasmo บน Android ด้วยบัตรเครดิตต่างประเทศโดยตรงผ่านแอปอาจมีปัญหา แม้ Google Pay จะรองรับการใช้งานทั่วโลกได้ดีกว่า แต่ระบบชำระเงินเบื้องหลังของแอปขนส่งญี่ปุ่นเหล่านี้มักตั้งค่าให้ประมวลผลผ่านบัตรภายในประเทศญี่ปุ่นเป็นหลัก วิธีที่สม่ำเสมอที่สุดสำหรับผู้ใช้ Android คือเติมเงิน Mobile Suica/Pasmo ด้วยเงินสดที่ร้านสะดวกซื้อหรือเครื่องจำหน่ายตั๋วในสถานี หรือใช้ช่องทางชำระเงินที่ออกในญี่ปุ่น หากคุณติดตั้งแอปได้แล้ว ลองเติมเงินจำนวนน้อยด้วยบัตรเครดิต/เดบิตจากอินเดียได้ แต่ควรเตรียมใจว่าอาจถูกปฏิเสธ
เนื่องจากการเติมเงินด้วยบัตรต่างประเทศมีความซับซ้อน โดยเฉพาะสำหรับผู้มาเยือนครั้งแรก ลองพิจารณาทางเลือกต่อไปนี้:
- เติมเงินด้วยเงินสด: วิธีที่เชื่อถือได้ที่สุดสำหรับผู้ใช้ Mobile Suica ทั้ง iPhone และ Android เพียงไปที่ร้านสะดวกซื้อใดก็ได้ (7-Eleven, FamilyMart, Lawson) หรือเครื่องจำหน่ายตั๋วในสถานี แล้วใช้เงินสด
- พิจารณา Welcome Suica: หากการชำระเงินผ่านมือถือด้วยบัตรต่างประเทศยุ่งยากเกินไป Welcome Suica แบบพลาสติกอาจเป็นทางเลือกที่สบายใจกว่า เพราะไม่ต้องจัดการกับปัญหาบัตรเครดิต
ความสะดวกของการมีบัตรโดยสารติดตัวอยู่เสมอในโทรศัพท์นั้นปฏิเสธไม่ได้ จึงคุ้มค่าที่จะลองใช้สำหรับนักเดินทางที่ชื่นชอบเทคโนโลยี เพียงตระหนักไว้ว่าการเติมเงินด้วยบัตรเครดิตต่างประเทศอาจมีอุปสรรค และเตรียมแผนสำรอง (เงินสดหรือบัตรพลาสติก) ไว้เสมอ
Welcome Suica: ทางเลือกสำหรับนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะ
สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการบัตรพลาสติก แต่ไม่อยากวุ่นวายกับเงินมัดจำหรือการผูกมัดระยะยาวของ Suica/Pasmo แบบปกติ Welcome Suica เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยม บัตรนี้เปิดตัวโดย JR East และออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับผู้มาเยือนญี่ปุ่นระยะสั้น ต่างจาก Suica หรือ Pasmo ทั่วไป Welcome Suica ไม่ต้องจ่ายเงินมัดจำ ¥500 (~₹280) ที่ขอคืนได้ นี่เป็นข้อได้เปรียบสำคัญสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะช่วยลดค่าใช้จ่ายเริ่มต้นและไม่ต้องดำเนินการขอคืนเงินเมื่อจบทริป
อย่างไรก็ตาม การไม่มีเงินมัดจำก็มาพร้อมข้อแลกเปลี่ยน นั่นคือ Welcome Suica มีอายุการใช้งาน 28 วันนับจากการใช้งานครั้งแรก หลังจากนั้นยอดเงินที่เหลือจะไม่สามารถใช้ได้ และไม่สามารถขอคืนเงินค่าบัตรได้ บัตรนี้จึงเหมาะกับระยะเวลาท่องเที่ยวทั่วไป (1-3 สัปดาห์) สำหรับนักเดินทางชาวอินเดียและบังกลาเทศที่มีแผนการเดินทางแน่นอน ถือว่าเหมาะสมอย่างยิ่ง คุณเติมเงินตามจำนวนที่คาดว่าจะใช้ ใช้เดินทางและซื้อของเล็กน้อย แล้วบัตรก็หมดอายุเมื่อทริปสิ้นสุด วิธีนี้ช่วยให้ขากลับสะดวกขึ้น เพราะไม่ต้องต่อคิวที่เคาน์เตอร์ JR East เพื่อขอคืนเงิน
ซื้อ Welcome Suica ได้ที่ไหนและอย่างไร
สามารถซื้อ Welcome Suica ได้ที่สถานี JR East ขนาดใหญ่ในเขตมหานคร Tokyo โดยเฉพาะที่ “JR EAST Travel Service Centers” หรือเครื่องจำหน่าย “Welcome Suica” โดยมักพบได้ที่สถานีสนามบินหลัก เช่น Narita Airport (Terminals 1 & 2/3) และ Haneda Airport (Terminal 3 International Terminal) รวมถึงสถานีสำคัญในเมืองอย่าง Tokyo, Shinjuku และ Ikebukuro
ขั้นตอนการซื้อ:
- หา JR EAST Travel Service Center หรือเครื่องจำหน่าย Welcome Suica เครื่องเหล่านี้มักเป็นสีแดงและมีป้ายระบุชัดเจน
- เลือก “Welcome Suica” จากเมนูหน้าจอสัมผัส โดยทั่วไปมีภาษาอังกฤษให้เลือก
- เลือกจำนวนเงินเริ่มต้นที่ต้องการเติม โดยทั่วไปเติมได้ เช่น ¥1,000 (
₹560), ¥2,000 (₹1,120), ¥3,000 (₹1,680) เป็นต้น สูงสุดถึง ¥20,000 (₹11,200) - ใส่เงินสด เครื่อง Welcome Suica ส่วนใหญ่รับเฉพาะเงินสดสกุลเยนญี่ปุ่น และโดยทั่วไปไม่รับบัตรเครดิตสำหรับการซื้อหรือเติมเงินครั้งแรก
- รับบัตร Welcome Suica บัตรจะถูกจ่ายออกมาทันที
อย่าลืมเก็บ “reference paper” ที่มาพร้อมกับ Welcome Suica ไว้ เอกสารนี้ระบุระยะเวลาที่บัตรใช้งานได้ และจำเป็นหากคุณต้องสอบถามเกี่ยวกับบัตรหรือยอดเงิน แม้ Welcome Suica จะสะดวกมากสำหรับการพำนักระยะสั้น แต่ยอดเงินที่ไม่สามารถขอคืนได้และวันหมดอายุทำให้คุณควรพยายามใช้ยอดเงินที่เติมไว้ให้หมดหรือเหลือน้อยที่สุดก่อนเดินทางกลับ
การซื้อบัตร IC แบบพลาสติก: สถานที่ ขั้นตอน และสิ่งที่ควรรู้
หาก Mobile Suica ใช้งานยาก หรือคุณแค่ชอบบัตรที่จับต้องได้ การซื้อ Suica หรือ Pasmo แบบพลาสติกก็ทำได้ง่าย บัตร IC มาตรฐานเหล่านี้ต้องจ่ายเงินมัดจำ ¥500 (~₹280) ซึ่งจะได้รับคืนเมื่อนำบัตรไปคืนเมื่อจบทริป บัตรไม่มีวันหมดอายุ จึงเหมาะสำหรับการพำนักระยะยาวหรือผู้ที่วางแผนเดินทางมาญี่ปุ่นหลายครั้ง
ซื้อได้ที่ไหน
- Suica: ซื้อได้จากเครื่องจำหน่ายตั๋วของ JR East ที่มีตัวเลือกบัตร IC หรือที่ “Midori-no-Madoguchi” (JR Ticket Offices) ในสถานี JR East ขนาดใหญ่ทุกแห่งในภูมิภาค Kanto (Tokyo และพื้นที่โดยรอบ)
- Pasmo: มีจำหน่ายที่เครื่องจำหน่ายตั๋วหรือเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วของรถไฟเอกชนและรถไฟใต้ดินที่ไม่ใช่ JR ในภูมิภาค Kanto
บัตรทั้งสองประเภทหาซื้อได้ง่ายตามศูนย์กลางการเดินทางสำคัญ เช่น Narita Airport, Haneda Airport, Tokyo Station, Shinjuku Station และ Ueno Station มองหาเครื่องที่มีตัวเลือกภาษาอังกฤษ ซึ่งพบได้มากขึ้นเรื่อย ๆ
ขั้นตอนการซื้อ
- หาเครื่องจำหน่ายตั๋วที่เหมาะสม มองหาเครื่องที่แสดงโลโก้ Suica หรือ Pasmo และมีตัวเลือก “IC Card” หรือ “New Card”
- เลือกตัวเลือก “Purchase New IC Card”
- เลือก “Suica” หรือ “Pasmo” (ขึ้นอยู่กับเครื่อง)
- เลือกจำนวนเงินเริ่มต้นที่จะเติม การซื้อครั้งแรกขั้นต่ำโดยทั่วไปคือ ¥1,000 (~₹560) ซึ่งรวมเงินมัดจำ ¥500 และยอดเงินที่ใช้ได้ ¥500 แล้ว หากต้องการ คุณสามารถเติมเพิ่มได้ครั้งละ ¥1,000
- ใส่เงินสด เครื่องเหล่านี้แทบทั้งหมดรับเฉพาะเงินสดสกุลเยนญี่ปุ่น โดยทั่วไปไม่รับบัตรเครดิตสำหรับการซื้อครั้งแรก
- รับบัตรและใบเสร็จ เครื่องจะจ่ายบัตรออกมาพร้อมใบเสร็จที่แสดงรายละเอียดการซื้อ
บัตร IC สำหรับเด็ก
สำหรับเด็กอายุ 6 ถึง 11 ปี มีบัตร IC แบบ “Child” ให้บริการ บัตรประเภทนี้คิดค่าโดยสารลดราคา (โดยทั่วไปครึ่งหนึ่งของค่าโดยสารผู้ใหญ่) บนเครือข่ายขนส่งส่วนใหญ่ หากต้องการซื้อบัตร IC สำหรับเด็ก คุณ ต้อง ไปที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วที่มีเจ้าหน้าที่ (เช่น JR Ticket Office สำหรับ Suica หรือเคาน์เตอร์รถไฟเอกชน/รถไฟใต้ดินสำหรับ Pasmo) และแสดงหนังสือเดินทางหรือหลักฐานอายุของเด็ก ไม่สามารถดำเนินการผ่านเครื่องจำหน่ายตั๋วได้ เรื่องนี้เป็นสิ่งสำคัญสำหรับครอบครัวจากอินเดียและบังกลาเทศที่เดินทางพร้อมเด็กเล็ก เพราะช่วยลดค่าเดินทางได้มาก
โปรดจำไว้ว่าเงินมัดจำ ¥500 เป็นมาตรฐานสำหรับบัตร IC แบบพลาสติกทั้งของผู้ใหญ่และเด็ก เก็บบัตรไว้ให้ดี เพราะหากทำหาย คุณจะสูญเสียทั้งยอดเงินคงเหลือและเงินมัดจำ
การเติมเงินบัตร IC: คู่มือปฏิบัติสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
การมียอดเงินในบัตร IC ไม่พอระหว่างการเดินทางเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย โชคดีที่การเติมเงิน (หรือที่ญี่ปุ่นมักเรียกว่า “charging”) ให้ Suica, Pasmo หรือ Welcome Suica ทำได้ง่ายและมีจุดให้บริการอยู่ทั่วไป สำหรับนักเดินทางชาวอินเดียและบังกลาเทศ สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจตัวเลือกการชำระเงิน โดยเฉพาะเรื่องบัตรเครดิตต่างประเทศ
ที่เครื่องจำหน่ายตั๋วในสถานี
นี่เป็นวิธีที่ใช้กันมากที่สุด เครื่องจำหน่ายตั๋วส่วนใหญ่ในสถานีรถไฟและรถไฟใต้ดิน โดยเฉพาะเครื่องที่ให้บริการบัตร IC จะมีตัวเลือก “Charge” หรือ “Top-up”
ขั้นตอน:
- ใส่บัตร IC ลงในช่องที่กำหนดบนเครื่อง
- เลือก “Charge” จากเมนูหน้าจอสัมผัส (โดยทั่วไปมีภาษาอังกฤษ)
- เลือกจำนวนเงินที่ต้องการเติม (เช่น ¥1,000, ¥2,000, ¥5,000) ควรเติมให้ครอบคลุมแผนการเดินทางระยะใกล้ อาจเริ่มต้นที่ ¥2,000-¥3,000 (~₹1,120-₹1,680)
- ใส่เงินสด ที่สำคัญ เครื่องจำหน่ายตั๋วสำหรับเติมเงินบัตร IC ในสถานีส่วนใหญ่ รับเฉพาะเงินสดสกุลเยนญี่ปุ่น โดยทั่วไปไม่รับบัตรเครดิตต่างประเทศ
- รับบัตรคืน ยอดเงินจะอัปเดตทันที
ที่ร้านสะดวกซื้อ
วิธีนี้มักสะดวกที่สุดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เพราะร้านสะดวกซื้อมีอยู่ทุกที่ และพนักงานจำนวนมากพอสื่อสารภาษาอังกฤษได้ เครือข่ายยอดนิยมอย่าง 7-Eleven, FamilyMart และ Lawson ต่างมีบริการเติมเงินบัตร IC
ขั้นตอน:
- ไปที่แคชเชียร์ พร้อมบัตร IC
- แจ้งพนักงานว่าต้องการ “charge” หรือ “top up” บัตร IC คุณอาจพูดง่าย ๆ ว่า “IC card charge, please” หรือแสดงบัตรแล้วชี้ไปที่ตัวเลือก “charge” บนโทรศัพท์หากใช้ Mobile Suica
- แจ้งจำนวนเงินที่ต้องการเติม
- ชำระด้วยเงินสด เงินสดเป็นวิธีที่เชื่อถือได้ที่สุดที่นี่เช่นกัน แม้ร้านสะดวกซื้อบางแห่งอาจรับบัตรเครดิตต่างประเทศสำหรับการซื้อสินค้าทั่วไป แต่การเติมเงินบัตร IC มักต้องใช้เงินสด
- แตะบัตรหรือโทรศัพท์ ที่เครื่องอ่านเมื่อแคชเชียร์แจ้ง
- ตรวจสอบยอดเงินที่อัปเดต
ปัญหาการใช้บัตรเครดิตต่างประเทศ
ดังที่กล่าวไว้ในหัวข้อ Mobile Suica การเติมเงินบัตร IC โดยตรงด้วยบัตรเครดิตต่างประเทศ (ทั้งบัตรพลาสติกและบัตรบนมือถือ) อาจใช้ได้บ้างไม่ได้บ้าง ระบบชำระเงินของญี่ปุ่นสำหรับการเดินทางจำนวนมากตั้งค่าให้รองรับบัตรภายในประเทศเป็นหลัก
- บัตรพลาสติก: แทบไม่รับบัตรเครดิตต่างประเทศสำหรับการเติมเงินที่เครื่องหรือร้านสะดวกซื้อ เงินสดจึงเป็นวิธีหลัก
- Mobile Suica/Pasmo: แม้จะ ผูก บัตรเครดิตต่างประเทศได้ แต่การเติมเงินโดยตรงมักล้มเหลว ผู้ใช้บางรายประสบความสำเร็จกับบัตร Visa หรือ Mastercard บางประเภท โดยเฉพาะบัตรที่มีระบบยืนยันตัวตน 3D Secure ที่มีประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม การพึ่งพาวิธีนี้อาจทำให้หงุดหงิดได้
เคล็ดลับสำหรับนักเดินทางชาวอินเดีย/บังกลาเทศ: พกเงินสดเยนญี่ปุ่นให้เพียงพอ โดยเฉพาะธนบัตรมูลค่าไม่สูงมาก (ธนบัตร ¥1,000, ¥5,000) สำหรับเติมเงินบัตร IC วิธีนี้ปลอดภัยที่สุดและหลีกเลี่ยงปัญหาจากระบบชำระเงินได้ ประเมินค่าเดินทางรายวันของคุณ (ค่าโดยสาร Tokyo Metro โดยทั่วไปอยู่ที่ ¥170-¥320 หรือประมาณ ₹95-₹180 ขึ้นอยู่กับระยะทาง) แล้วเผื่อไว้สำหรับซื้อของในร้านสะดวกซื้อ สำหรับทริปหนึ่งสัปดาห์ การเริ่มต้นด้วย ¥5,000 (₹2,800) และเติมเพิ่ม ¥2,000-¥3,000 (₹1,120-₹1,680) ทุกสองสามวันถือเป็นแนวทางที่เหมาะสม
ใช้บัตร IC นอกเหนือจากการเดินทาง: ช้อปปิ้ง ตู้จำหน่ายสินค้า และอื่น ๆ
ประโยชน์ของ Suica, Pasmo หรือ Welcome Suica ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเดินทาง บัตรเหล่านี้ใช้เป็นเงินอิเล็กทรอนิกส์ได้กับร้านค้าปลีกและบริการมากมายทั่วญี่ปุ่น เพิ่มความสะดวกที่นักเดินทางจากอินเดียและบังกลาเทศจะต้องชื่นชอบ ความยืดหยุ่นนี้มีประโยชน์เป็นพิเศษเมื่อกำลังหาตัวเลือกอาหาร
ร้านสะดวกซื้อ (Konbini)
นี่คือจุดที่บัตร IC โดดเด่นอย่างแท้จริงนอกเหนือจากการเดินทาง 7-Eleven, FamilyMart, Lawson และร้านสะดวกซื้ออื่น ๆ มีอยู่แทบทุกแห่งในญี่ปุ่น จำหน่ายตั้งแต่ขนม เครื่องดื่ม อาหาร ไปจนถึงของใช้ส่วนตัวและบริการ ATM บัตร IC ได้รับการยอมรับเกือบทุกแห่งสำหรับการชำระเงินในร้านเหล่านี้ เรื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับนักเดินทางที่มี ข้อจำกัดด้านอาหารมังสวิรัติหรือฮาลาล แม้ร้านสะดวกซื้อจะไม่ใช่แหล่งหลักสำหรับอาหารฮาลาลโดยเฉพาะ แต่ก็มักมีอาหารที่เหมาะกับผู้กินมังสวิรัติ เช่น ข้าวปั้น (onigiri ควรตรวจสอบส่วนผสม) ผลไม้สด สลัด และบางครั้งอาจมีแซนด์วิชมังสวิรัติหรือบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป การชำระเงินด้วยบัตร IC ทำให้การซื้อของอย่างรวดเร็วเป็นเรื่องง่ายและไม่ยุ่งยาก โดยเฉพาะเมื่อภาษาอาจเป็นอุปสรรคที่แคชเชียร์
ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ
ญี่ปุ่นมีชื่อเสียงด้านตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ซึ่งจำหน่ายตั้งแต่เครื่องดื่มร้อนและเย็น บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไปจนถึงผักผลไม้สด ตู้จำนวนมาก โดยเฉพาะในเขตเมืองและสถานีรถไฟ รองรับการชำระเงินด้วยบัตร IC เพียงแตะบัตรกับเครื่องอ่าน เลือกสินค้า แล้วสินค้าจะถูกจ่ายออกมา สะดวกอย่างยิ่งสำหรับซื้อเครื่องดื่มระหว่างทางโดยไม่ต้องเตรียมเงินทอนให้พอดี
ตู้ล็อกเกอร์หยอดเหรียญ
ตามสถานีรถไฟและพื้นที่สาธารณะอื่น ๆ ตู้ล็อกเกอร์หยอดเหรียญมีประโยชน์มากสำหรับฝากสัมภาระระหว่างออกสำรวจ ปัจจุบันตู้รุ่นใหม่จำนวนมากรองรับการชำระเงินด้วยบัตร IC ทำให้ไม่ต้องเสียเวลาหาเหรียญ เพียงแตะบัตรเพื่อชำระค่าตู้ แล้วแตะอีกครั้งเพื่อเปิดตู้เมื่อกลับมา ค่าใช้บริการแตกต่างกันตามขนาดตู้และระยะเวลา โดยทั่วไปอยู่ที่ ¥300 ถึง ¥800 (~₹170-₹450) ต่อวัน
ร้านอาหารและร้านค้า
แม้จะไม่ได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายเท่าบัตรเครดิตในร้านขนาดใหญ่ แต่ร้านอาหาร คาเฟ่ และร้านค้าขนาดเล็กจำนวนมาก โดยเฉพาะบริเวณสถานีรถไฟ ก็รับชำระเงินด้วยบัตร IC มองหาโลโก้บัตร IC (Suica, Pasmo, Icoca ฯลฯ) ที่แสดงอยู่ใกล้แคชเชียร์ สำหรับมื้ออาหารหรือช่วงพักดื่มกาแฟอย่างรวดเร็ว การใช้บัตร IC มักเร็วกว่าการรูดบัตรเครดิตหรือจัดการกับเงินสด และสำหรับผู้ที่ต้องการอาหารเฉพาะทาง เมื่อพบร้านที่เหมาะสมแล้ว บัตร IC ก็ช่วยให้ขั้นตอนการจ่ายเงินสะดวกขึ้น
การใช้งานอื่น ๆ
คุณอาจพบว่าพิพิธภัณฑ์ สถานที่ท่องเที่ยว และแท็กซี่บางแห่ง โดยเฉพาะในเมืองใหญ่ รับบัตร IC ด้วยเช่นกัน มองหาโลโก้บัตร IC ต่าง ๆ อยู่เสมอ (มักแสดงรวมกันเนื่องจากระบบใช้งานร่วมกันได้) สิ่งสำคัญคือควรมียอดเงินเหลืออยู่ในบัตรเสมอ เพราะบัตรนี้มีประโยชน์มากกว่าการเดินทางจากจุด A ไปจุด B แต่ยังเป็นกระเป๋าเงินดิจิทัลขนาดกะทัดรัดสำหรับชีวิตประจำวันในญี่ปุ่น
การขอคืนเงินและการเดินทางกลับ: ยอดเงินคงเหลือและเงินมัดจำจะเป็นอย่างไร
เมื่อทริปญี่ปุ่นอันน่าประทับใจใกล้สิ้นสุด คุณควรคิดว่าจะจัดการกับบัตร IC อย่างไร ขั้นตอนจะแตกต่างกันมากระหว่างบัตร Suica/Pasmo แบบพลาสติกทั่วไปกับ Welcome Suica ส่วน Mobile Suica ก็มีขั้นตอนการขอคืนเงินเฉพาะของตัวเอง
การขอคืนเงิน Suica และ Pasmo แบบพลาสติก
หากคุณซื้อบัตร Suica หรือ Pasmo แบบพลาสติกทั่วไปที่มีเงินมัดจำ ¥500 (~₹280) คุณมีสิทธิ์ได้รับเงินคืนทั้งยอดเงินคงเหลือและเงินมัดจำ
- การคืนเงิน Suica: ดำเนินการได้เฉพาะที่ JR East Travel Service Centers หรือเคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วที่มีเจ้าหน้าที่ในสถานี JR East เขตมหานคร Tokyo เท่านั้น คุณ ไม่สามารถ ขอคืนเงินบัตร Suica นอกพื้นที่ให้บริการของ JR East ได้ (เช่น ใน Osaka หรือ Kyoto)
- การคืนเงิน Pasmo: ดำเนินการได้เฉพาะที่เคาน์เตอร์ของรถไฟเอกชนหรือรถไฟใต้ดินที่ไม่ใช่ JR ในภูมิภาค Kanto (เช่น Tokyo Metro, Toei Subway, Keio Line, Odakyu Line) คุณ ไม่สามารถ ขอคืนเงินบัตร Pasmo ที่สถานี JR ได้
ขั้นตอนการขอคืนเงิน:
- ไปที่เคาน์เตอร์จำหน่ายตั๋วที่ถูกต้อง (JR East สำหรับ Suica หรือผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ JR สำหรับ Pasmo) ในสถานีใหญ่ก่อนเดินทางกลับ
- ยื่นบัตร IC ให้เจ้าหน้าที่
- เจ้าหน้าที่จะดำเนินการคืนเงิน โปรดทราบว่าโดยทั่วไปจะหัก ค่าธรรมเนียมการคืนเงิน ¥220 (~₹123) จากยอดเงินคงเหลือ หากยอดเงินเหลือน้อยกว่า ¥220 จะได้รับคืนเฉพาะเงินมัดจำ ¥500 หากยอดเงินเป็นศูนย์พอดี คุณก็ยังจะได้รับเงินมัดจำ ¥500 คืน
- รับเงินคืนเป็นเงินสด
หมายเหตุสำคัญสำหรับนักเดินทางชาวอินเดีย/บังกลาเทศ: คำนึงถึงค่าธรรมเนียมการคืนเงิน ¥220 เมื่อตัดสินใจว่าคุ้มค่าหรือไม่ที่จะขอคืนเงินยอดคงเหลือเล็กน้อย ตัวอย่างเช่น หากเหลือเงิน ¥300 คุณจะได้รับคืนเพียง ¥80 (¥300 - ¥220) บวกเงินมัดจำ ¥500 การใช้ยอดเงินเล็กน้อยที่เหลือซื้อของครั้งสุดท้ายในร้านสะดวกซื้อหรือซื้อเครื่องดื่มจากตู้จำหน่ายสินค้าก่อนเดินทางไปสนามบินอาจง่ายกว่า แล้วจึงขอคืนเฉพาะเงินมัดจำ ¥500
การคืนเงิน Welcome Suica และ Mobile Suica/Pasmo
- Welcome Suica: ตามที่กล่าวไว้ Welcome Suica ไม่สามารถขอคืนเงินยอดคงเหลือได้ และไม่ต้องจ่ายเงินมัดจำ จึงไม่มีเงินมัดจำให้ขอคืน บัตรมีอายุ 28 วัน และยอดเงินที่ไม่ได้ใช้หลังจากนั้นจะถูกริบ แนวทางที่ดีที่สุดคือใช้ยอดเงินกับการเดินทางหรือซื้อของให้หมดในช่วงท้ายทริป
- Mobile Suica/Pasmo: โดยทั่วไปการขอคืนยอดเงิน Mobile Suica หรือ Pasmo ต้องดำเนินการผ่านแอปที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนนี้มักต้องใช้บัญชีธนาคารญี่ปุ่นเพื่อรับเงินคืน สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ โดยทั่วไปไม่สามารถคืนเงินเป็นเงินสดเข้าบัตรเครดิตต่างประเทศหรือบัญชีธนาคารต่างประเทศได้ ดังนั้น เช่นเดียวกับ Welcome Suica คำแนะนำที่ใช้ได้จริงที่สุดสำหรับผู้ใช้ Mobile Suica/Pasmo คือใช้ยอดเงินให้หมดก่อนออกจากญี่ปุ่น หากมียอดเงินจำนวนมาก คุณอาจโอนไปยังบัตรพลาสติกใบใหม่ได้ (หากวางแผนจะมาเที่ยวอีกในอนาคต) แต่ขั้นตอนนี้มักซับซ้อนและไม่รับประกันว่าจะทำได้
คำแนะนำทั่วไป: วางแผนใช้ยอดเงินในบัตร IC ให้หมดมากที่สุดก่อนเดินทางกลับครั้งสุดท้าย ซึ่งอาจทำได้โดยใช้บัตรกับการเดินทางไปสนามบิน ซื้อของฝากจากร้านในสถานีที่รับบัตร IC หรือซื้อขนมและเครื่องดื่มตุนจากร้านสะดวกซื้อ วิธีนี้ช่วยลดการสูญเสียเงินจากค่าธรรมเนียมการคืนเงินหรือนโยบายที่ไม่คืนเงิน
ข้อผิดพลาดที่ควรหลีกเลี่ยงและเคล็ดลับเพื่อการเดินทางที่ราบรื่น
ระบบขนส่งของประเทศใหม่อาจมีรายละเอียดเฉพาะตัว ต่อไปนี้คือข้อผิดพลาดที่นักท่องเที่ยวชาวอินเดียและบังกลาเทศควรหลีกเลี่ยง รวมถึงเคล็ดลับที่จะทำให้การใช้บัตร IC เป็นเรื่องง่ายไร้กังวล
- ประเมินยอดเงินที่ต้องใช้ต่ำเกินไป: ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยที่สุดคือมียอดเงินไม่พอ ตรวจสอบยอดเงินเสมอ (ที่ประตูตรวจตั๋ว ตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ หรือร้านสะดวกซื้อ) ก่อนเริ่มการเดินทางไกลหรือเข้าสถานี หลักง่าย ๆ คือควรมีเงินอย่างน้อย ¥1,000-¥2,000 (~₹560-₹1,120) เมื่อเริ่มต้นวัน การติดอยู่ที่ประตูตรวจตั๋วเพราะเงินไม่พอทั้งน่าอายและเสียเวลา
- ลืมแตะบัตรตอนออก: ต่างจากระบบรถไฟใต้ดินบางแห่งที่แตะเฉพาะตอนเข้า ในญี่ปุ่นคุณ ต้อง แตะบัตร IC ทั้งตอนเข้าสถานีและออกจากสถานี หากลืมแตะตอนออก ระบบจะคำนวณค่าโดยสารที่ถูกต้องไม่ได้ และคุณอาจต้องเสียค่าปรับหรือติดต่อเจ้าหน้าที่สถานีเพื่อแก้ไข
- สับสนระหว่าง Welcome Suica กับ Suica/Pasmo ทั่วไป: จำไว้ว่า Welcome Suica มีอายุ 28 วัน และไม่คืนยอดเงินคงเหลือ อย่าคาดหวังว่าจะได้เงินคืนสำหรับยอดเงินที่ไม่ได้ใช้หลังบัตรหมดอายุหรือที่สนามบิน
- พึ่งพาบัตรเครดิตต่างประเทศเพียงอย่างเดียวสำหรับเติมเงินมือถือ: ดังที่กล่าวไว้ บัตรเครดิตต่างประเทศอาจใช้เติมเงิน Mobile Suica/Pasmo ได้ไม่สม่ำเสมอ ควรมีเงินสดเป็นแผนสำรองเสมอ โดยเฉพาะเมื่อใช้บัตรพลาสติก
- ทำบัตรหาย: บัตร IC แบบพลาสติกมีค่าไม่ต่างจากเงินสด หากทำหาย ยอดเงินและเงินมัดจำจะหายไปด้วย เก็บบัตรไว้ให้ปลอดภัย อาจใส่ไว้ในช่องเฉพาะของกระเป๋าสตางค์หรือที่ใส่บัตร ต่างจากบัตรที่ลงทะเบียนของคนในญี่ปุ่น บัตรสำหรับนักท่องเที่ยวโดยทั่วไปไม่สามารถออกใหม่พร้อมยอดเงินเดิมได้
- ไม่ใช้บัตรสำหรับเด็ก: หากเดินทางเป็นครอบครัว อย่าลืมซื้อบัตร IC เด็กให้เด็กที่มีสิทธิ์ ค่าโดยสารที่ประหยัดได้อาจเป็นจำนวนมากตลอดทริปหลายวัน และอย่าลืมว่าต้องซื้อที่เคาน์เตอร์ที่มีเจ้าหน้าที่พร้อมหลักฐานอายุ
- ใช้บัตร IC กับการซื้อของเล็กน้อย: อย่าจำกัดการใช้บัตรไว้แค่การเดินทาง ใช้ซื้อของในร้านสะดวกซื้อ จ่ายตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ และใช้กับตู้ล็อกเกอร์ด้วย วิธีนี้ช่วยลดความจำเป็นต้องพกเหรียญย่อยและทำให้การชำระเงินเร็วขึ้น โดยเฉพาะการซื้อของอย่างรวดเร็วที่อาจมีตัวเลือกมังสวิรัติหรือฮาลาล
- ตรวจสอบเว็บไซต์ทางการ: สำหรับข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานที่ซื้อ เวลาเปิดให้บริการของศูนย์บริการ และนโยบายการคืนเงินเฉพาะ ให้ตรวจสอบเว็บไซต์ทางการของ JR East (สำหรับ Suica) หรือ Pasmo (สำหรับ Pasmo) เสมอ เพราะรายละเอียดอาจเปลี่ยนแปลงได้เป็นครั้งคราว
- ใช้แอปนำทาง: แม้จะไม่เกี่ยวข้องกับบัตร IC โดยตรง แต่แอปอย่าง Google Maps หรือ Japan Transit Planner (Jorudan/Navitime) มีความสำคัญอย่างยิ่ง แอปเหล่านี้รวมข้อมูลค่าโดยสารสำหรับบัตร IC และบอกค่าใช้จ่ายที่แน่นอน ช่วยให้คุณเตรียมยอดเงินได้เพียงพอ
หากจดจำเคล็ดลับเหล่านี้ไว้ การใช้บัตร IC ในญี่ปุ่นจะราบรื่น มีประสิทธิภาพ และไม่เครียด ช่วยให้คุณมีสมาธิกับการชื่นชมความงดงามและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่
ตัวอย่างแผนเที่ยวหนึ่งวันพร้อมการใช้บัตร IC
ลองนึกภาพวันท่องเที่ยวทั่วไปของนักท่องเที่ยวชาวอินเดียหรือบังกลาเทศใน Tokyo ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบัตร IC ช่วยให้ทุกขั้นตอนง่ายขึ้นอย่างไร
ช่วงเช้า: สำรวจ Asakusa และแม่น้ำ Sumida
- 8:30 AM: เริ่มต้นวันที่โรงแรมใกล้ Shinjuku เดินไปยัง Shinjuku Station แล้วแตะบัตร Suica/Pasmo ที่ประตูเพื่อเข้าสู่ JR Chuo Line ค่าโดยสารที่หัก:
¥200 (₹112) - 9:00 AM: เดินทางถึง Kanda แล้วเปลี่ยนไปขึ้น Tokyo Metro Ginza Line แตะบัตรอีกครั้งที่ประตูเปลี่ยนสาย แต่ยังไม่มีการหักค่าโดยสารเพิ่มเติมทันที เพราะถือเป็นการเดินทางเดียวกัน
- 9:20 AM: เดินทางถึง Asakusa Station แตะบัตรตอนออก ค่าโดยสารรวมของการเดินทางหลายสาย (เช่น ¥250, ~₹140) จะถูกหักจากบัตร จากนั้นมุ่งหน้าไปยังวัด Senso-ji
- 11:00 AM: หลังเที่ยวชม Senso-ji แล้วเริ่มรู้สึกหิวเล็กน้อย คุณเห็น FamilyMart จึงซื้อ onigiri (ข้าวปั้น – ตรวจสอบส่วนผสมอย่างละเอียดเพื่อหาตัวเลือกมังสวิรัติ) และชาเขียว จ่ายอย่างรวดเร็วด้วยบัตร IC โดยแตะบัตรที่แคชเชียร์ ค่าใช้จ่าย:
¥350 (₹196)
ช่วงบ่าย: Shibuya Crossing และแฟชั่น Harajuku
- 12:30 PM: จาก Asakusa คุณตัดสินใจเดินทางไป Shibuya นั่ง Ginza Line กลับไปยัง Shibuya Station แตะบัตรเข้าที่ Asakusa และแตะออกที่ Shibuya ค่าโดยสาร:
¥240 (₹134) - 1:00 PM: คุณเริ่มหิว หลังเดินชม Shibuya Crossing อันโด่งดัง ก็พบร้านราเมนเล็ก ๆ ที่รับบัตร IC แม้ร้านราเมนจำนวนมากจะไม่เหมาะกับผู้กินมังสวิรัติ แต่บางร้านอาจมีน้ำซุปผักหรือเครื่องเคียงที่เหมาะสม คุณชำระเงินด้วยบัตร IC ค่าใช้จ่าย:
¥900 (₹504) - 2:30 PM: จาก Shibuya เดินไป Harajuku ได้ไม่ไกล หรือนั่งรถไฟเพียงหนึ่งสถานี คุณเลือกนั่งรถไฟ โดยแตะบัตรเข้าและออกสำหรับการเดินทางระยะสั้น ค่าโดยสาร:
¥140 (₹78) - 4:00 PM: หลังเดินชม Takeshita Street คุณต้องการฝากถุงช้อปปิ้งเพื่อจะได้เที่ยวชมศาลเจ้า Meiji Jingu ได้สะดวกขึ้น จึงพบตู้ล็อกเกอร์หยอดเหรียญที่ Harajuku Station และแตะบัตร IC เพื่อจ่ายค่าตู้ขนาดกลาง ค่าใช้จ่าย:
¥500 (₹280)
ช่วงค่ำ: ชีวิตยามค่ำคืนใน Shinjuku
- 6:00 PM: ใช้บัตร IC เปิดตู้และรับถุงกลับคืน จากนั้นนั่ง JR Yamanote Line จาก Harajuku กลับไปยัง Shinjuku แตะบัตรเข้าและออก ค่าโดยสาร:
¥160 (₹90) - 7:00 PM: พบเพื่อนเพื่อรับประทานอาหารค่ำใน Shinjuku แม้ร้านอาหารแบบบริการเต็มรูปแบบอาจนิยมรับบัตรเครดิตหรือเงินสด คุณแวะร้านสะดวกซื้อเพื่อซื้อเครื่องดื่มและขนมไว้รับประทานภายหลัง จ่ายด้วยบัตร IC ค่าใช้จ่าย:
¥700 (₹392) - 9:00 PM: กำลังเดินทางกลับโรงแรม,
ความคิดเห็น
ยังไม่มีรีวิว — เป็นคนแรกสิ!



