
Shibuya Sky กับ Tokyo Skytree: ราคา ความสูง และที่ไหนชนะ (2026)
ดาดฟ้ากลางแจ้งสูง 230m ของ Shibuya Sky (~$17) ประชันกับจุดชมวิวของ Skytree ที่ระดับ 350m และ 450m (เริ่มต้น ~$14) เราเปรียบเทียบราคา วิว Mt. Fuji จำนวนคน และการจอง พร้อมบทสรุปสำหรับนักเดินทาง 5 สถานการณ์จริง
18 มี.ค. 2569·✍️ olablog·⏱ 5 นาทีในการอ่าน
ดาดฟ้ากลางแจ้งสูง 230m ของ Shibuya Sky (~$17) ประชันกับจุดชมวิวของ Skytree ที่ระดับ 350m และ 450m (เริ่มต้น ~$14) เราเปรียบเทียบราคา วิว Mt. Fuji จำนวนคน และการจอง พร้อมบทสรุปสำหรับนักเดินทาง 5 สถานการณ์จริง
แตะภูมิภาคเพื่อดูบทความ
มีเวลาเลือกได้แค่ที่เดียว — คุณจะเลือกที่ไหน?
โตเกียวมีจุดชมวิวโดดเด่นอยู่สองแห่ง ได้แก่ Shibuya Sky (สูง 230m / 755ft เปิดให้บริการในปี 2019) และ Tokyo Skytree (สูง 350m / 1,148ft ที่ Tembo Deck และ 450m / 1,476ft ที่ Galleria เปิดให้บริการในปี 2012) นี่คือคำถามที่คนวางแผนทริปต้องเจออยู่เสมอ: ถ้าไปได้แค่แห่งเดียว ที่ไหนคุ้มกว่ากัน?
คำตอบแบบสั้น ๆ:
- ชอบถ่ายรูปกลางแจ้งลง Instagram และชมพระอาทิตย์ตกช่วง golden hour? → Shibuya Sky
- อยากได้จุดชมวิวที่สูงที่สุด วิว Mt. Fuji ที่ชัดที่สุด หรือกิจกรรมเต็มวันเหมาะกับครอบครัว? → Skytree
มาดูรายละเอียดกันแบบครบ ๆ
ตารางเปรียบเทียบแบบรวดเร็ว
| Shibuya Sky | Tokyo Skytree | |
|---|---|---|
| ความสูงของจุดชมวิว | 230m / 755ft (ดาดฟ้ากลางแจ้ง) | 350m (Tembo Deck) + 450m (Galleria) |
| ราคาผู้ใหญ่ | ~$17 ออนไลน์ / ~$17.50 ที่หน้างาน | ~$14 (เฉพาะ 350m) / ~$21 (ทั้งสองชั้น) |
| ราคาเยาวชน/เด็ก | ~$13 (อายุ 12–17 ปี), ~$8 (อายุต่ำกว่า 12 ปี) | ~$10 / ~$16 |
| เวลาเปิดทำการ | 10:00–22:30 | 10:00–22:00 |
| จุดชมวิวกลางแจ้ง | ✅ มี — ดาดฟ้า Sky Stage | ❌ ปิดล้อมทั้งหมด |
| เหมาะกับการถ่ายภาพที่สุด | พระอาทิตย์ตก + golden hour | ถ่าย Mt. Fuji ตอนกลางวัน |
| การจองล่วงหน้า | แนะนำ (ออนไลน์) | มี Fast Skytree Ticket |
| สถานีที่ใกล้ที่สุด | Shibuya (JR / Tokyo Metro) | Oshiage หรือ Tokyo Skytree Station |
Shibuya Sky — เจาะลึกแบบครบถ้วน
ที่อยู่: Shibuya Scramble Square, 14F + 45–46F + Rooftop การเดินทาง: Shibuya Station — เดินตรงผ่านทางออก Hachiko Exit แล้วตามป้ายเข้า Scramble Square เข้าจากชั้น B3 แล้วขึ้นลิฟต์ด่วนไปยัง Sky Stage
จุดเด่น
- ดาดฟ้ากลางแจ้งเต็มรูปแบบ (Sky Stage) — ชมวิวพาโนรามา 360° โดยไม่มีแผ่นกระจกมาขวาง ลมปะทะหน้า ท้องฟ้าอยู่เหนือศีรษะ และโตเกียวทั้งเมืองทอดตัวอยู่เบื้องล่าง ไม่มีจุดชมวิวแห่งไหนในโตเกียวที่ให้ประสบการณ์แบบนี้
- โซนพักผ่อนสบาย ๆ — มีสนามหญ้าเทียมให้คุณนอนเอกเขนกดูเมฆลอยผ่าน ฟังดูเหมือนลูกเล่นเรียกนักท่องเที่ยว แต่เอาเข้าจริงแล้วเพลินมาก
- อยู่เหนือ Shibuya Crossing โดยตรง — แยกที่พลุกพล่านที่สุดในโลกดูเหมือนฝูงมดมีชีวิตเมื่อมองจากความสูง 230m แค่ภาพนี้ภาพเดียวก็คุ้มค่าตั๋วแล้ว
- วิวพระอาทิตย์ตกสวยจนแทบไม่มีคู่แข่ง — หันไปทางตะวันตกจะเห็น Tokyo Tower เรืองแสงสีส้ม และในวันที่อากาศแจ่มใสจะเห็น Mt. Fuji เป็นเงาดำอยู่ไกล ๆ ให้อารมณ์เหมือนภาพหน้าปก Lonely Planet
- ทำเลใจกลางเมือง — วางแผนเที่ยวควบคู่กับการเดินสำรวจตรอกซอกซอยของ Shibuya, Omotesando หรือ Harajuku ในช่วงเช้าหรือบ่ายได้โดยไม่ต้องออกนอกเส้นทาง
ข้อควรรู้เกี่ยวกับข้อจำกัด
- คนแน่นเร็วมาก — ช่วงสุดสัปดาห์และช่วงพระอาทิตย์ตก คาดว่าจะต้องเบียดเสียดแย่งมุมถ่ายรูปดี ๆ นาน 30–60 นาที จองออนไลน์และมาถึงแต่เนิ่น ๆ
- ไม่มีการรับประกันว่าจะเห็น Mt. Fuji — ฤดูหนาว (December–February) มีโอกาสดีที่สุด ส่วนความชื้นในฤดูร้อนมักทำให้มองไม่เห็นวิวโดยสิ้นเชิง
- จำกัดเวลา 75 นาที นับจากเวลาเข้า — วางแผนให้เหมาะสม
- ห้ามนำเป้ใบใหญ่ขึ้น Sky Stage — ใช้ล็อกเกอร์ที่ชั้นล่าง (~$0.70) และห้ามนำไม้เซลฟี่ขึ้นไปด้านบนด้วย (เป็นกฎด้านความปลอดภัยที่สมเหตุสมผล)
- ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 90 นาที เพื่อเที่ยวทุกชั้นได้อย่างเต็มที่
ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การไป
- วันธรรมดา 2–3pm — คนน้อยกว่า แสงกำลังดี และไม่ต้องยืนรอนาน
- ช่วงพระอาทิตย์ตก (5–6:30pm) — สวยตระการตาแต่คนเยอะ ควรจองตั๋วเข้าชมตามเวลาทางออนไลน์ล่วงหน้าอย่างน้อยสองสัปดาห์
- หนึ่งชั่วโมงก่อนพระอาทิตย์ตก — ช่วงเวลาที่ลงตัวที่สุด: คนไม่แน่นเกินไป และท้องฟ้ากำลังเปลี่ยนเป็นสีทอง
วิธีจอง
- เว็บไซต์ทางการ: shibuya-scramble-square.com/sky/en/ — ตั๋วเข้าชมตามเวลาเริ่มต้นที่ ~$17
- มีตั๋วซื้อหน้างาน (~$17.50) แต่ช่วงพีคอาจขายหมด
- แพลตฟอร์มจองของผู้ให้บริการรายอื่น (GetYourGuide) บางครั้งมีส่วนลด 5–10%
Tokyo Skytree — เจาะลึกแบบครบถ้วน
ที่อยู่: 1-1-2 Oshiage, Sumida City การเดินทาง: Tokyo Skytree Station (Tobu Skytree Line) หรือ Oshiage Station (Asakusa Line / Hanzomon Line)
จุดเด่น
- สิ่งปลูกสร้างที่สูงที่สุดในญี่ปุ่นแบบไม่ต้องสงสัย — ที่ความสูง 450m (1,476ft) ชั้น Galleria มีแผ่นพื้นกระจกให้ยืนมองลงไปตรง ๆ จากความสูงเกือบหนึ่งในสามไมล์ เป็นประสบการณ์ที่ทำให้ขาอ่อนแบบน่าตื่นเต้นสุด ๆ
- วิว Mt. Fuji ที่ดีที่สุดในโตเกียว — แนวสายตาทางตะวันตกเฉียงใต้ไม่มีอาคารที่สูงกว่ามาบดบัง ในเช้าฤดูหนาวที่อากาศแจ่มใส คุณจะเห็น Fuji ได้อย่างชัดเจนราว 80% ของวัน
- เดินจาก Asakusa เพียงห้านาที — หรือจะนั่งรถไฟแค่หนึ่งสถานีก็ได้ การเที่ยว Senso-ji Temple ตอนเช้าแล้วไป Skytree ตอนบ่ายเป็นหนึ่งในแผนเที่ยวแบบคลาสสิกของโตเกียว และมีเหตุผลที่เป็นเช่นนั้น
- ศูนย์การค้า Solamachi — มีร้านค้าและร้านอาหารกว่า 300 แห่ง อควาเรียม และท้องฟ้าจำลองอยู่ด้านล่าง ครอบครัวสามารถใช้เวลาเต็มวันได้จริงโดยไม่ต้องขึ้นไปยังจุดชมวิวด้วยซ้ำ
- มีพื้นที่ให้หายใจมากกว่า — แม้จะมีชื่อเสียงมากกว่า แต่ขนาดอันมหึมาของ Skytree ทำให้โดยทั่วไปไม่รู้สึกอึดอัดเท่า Shibuya Sky ในช่วงเย็นที่คนแน่น
ข้อควรรู้เกี่ยวกับข้อจำกัด
- แผ่นกระจกทำให้เกิดเงาสะท้อน — แนบเลนส์เข้ากับกระจกโดยตรงและใช้มือบังรอบเลนส์เพื่อกำจัดแสงสะท้อน ผ้าไมโครไฟเบอร์สีเข้มก็ช่วยได้เช่นกัน
- ไม่มีพื้นที่กลางแจ้ง — คุณจะอยู่หลังกระจกตลอด ไม่มีลม ไม่มีสภาพอากาศให้สัมผัส และไม่มีความรู้สึกเหมือนยืนอยู่ริมขอบโลก
- การไปถึงทางเข้าต้องใช้เวลา — คุณจะต้องเดินผ่าน Solamachi mall ถึงสี่ชั้นก่อนถึงลิฟต์ขึ้นจุดชมวิว เผื่อเวลาเพิ่มไว้ด้วย
- ราคาสองชั้น — Tembo Deck ที่ระดับ 350m (~$14) คือไฮไลต์หลัก ส่วนการเพิ่ม Galleria ที่ระดับ 450m ต้องจ่ายเพิ่มอีก ~$7 วางงบประมาณให้ดี
ช่วงเวลาที่เหมาะแก่การไป
- 10–11am ในวันที่อากาศแจ่มใสช่วงฤดูหนาว — อากาศเย็นและใสที่สุด มีโอกาสได้ภาพ Fuji คมชัดมากที่สุด
- ช่วงบ่ายแก่ ๆ ในวันธรรมดา — คนบางตา แสงสีทองอบอุ่น
- ชมวิวกลางคืน (7–9pm) — แสงไฟของโตเกียวที่ทอดยาวไปทุกทิศทุกทางดูเหมือนแผงวงจรไฟฟ้าที่มีชีวิต สวยตระการตาอย่างแท้จริง
วิธีจอง
- Fast Skytree Ticket (เว็บไซต์ทางการ) — ~$21 สำหรับการเข้าชมครบทุกส่วน และไม่ต้องต่อคิวปกติ
- มีตั๋วซื้อหน้างาน แต่ช่วงพีคอาจต้องรอ 30–60 นาที
- แพ็กเกจรวมกับ Sumida Aquarium (~$17) — ประหยัดประมาณ $3 เมื่อเทียบกับการซื้อแยก
เปรียบเทียบแบบตัวต่อตัว: 5 สถานการณ์เฉพาะ
สถานการณ์ที่ 1 — ครอบครัวที่มีเด็กอายุ 5–12 ปี
→ Skytree ชนะ อควาเรียม ท้องฟ้าจำลอง และร้านอาหารสำหรับครอบครัวใน Solamachi ทำให้ที่นี่เป็นกิจกรรมเต็มวันที่จบได้ในที่เดียว ผู้ปกครองยังไม่ต้องกังวลกับการดูแลเด็กเล็กบนดาดฟ้ากลางแจ้งด้วย
สถานการณ์ที่ 2 — คู่รักที่อยากได้ภาพพระอาทิตย์ตก (หรือกำลังมองหาสถานที่ขอแต่งงาน)
→ Shibuya Sky ชนะ ดาดฟ้ากลางแจ้งในช่วง golden hour โดยมีเมืองที่ส่องประกายอยู่เบื้องล่าง เป็นฉากที่แทบไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติม ที่นี่กลายเป็นจุดขอแต่งงานยอดนิยม และบรรยากาศก็เหมาะสมอย่างที่หวังจริง ๆ
สถานการณ์ที่ 3 — ช่างภาพที่ตามล่า Mt. Fuji
→ ส่วนใหญ่แล้ว Skytree ชนะ ความสูงที่มากกว่าและแนวสายตาทางตะวันตกเฉียงใต้ที่ไม่มีสิ่งบดบังทำให้ได้เปรียบ อย่างไรก็ตาม Shibuya Sky ก็ยังให้ภาพ Fuji ที่สวยได้ในวันที่อากาศใสที่สุด
สถานการณ์ที่ 4 — วันที่อากาศไม่ดี
→ Skytree ชนะ เพราะ Solamachi ยังมีกิจกรรมในร่มให้ทำได้ไม่ว่าสภาพอากาศจะเป็นอย่างไร ดาดฟ้าของ Shibuya Sky จะปิดเมื่อฝนตกหนักหรือลมแรง ทำให้คุณถูกจำกัดอยู่ที่ชั้น 46F ในอาคาร ซึ่งน่าประทับใจน้อยลงมากแต่ยังต้องจ่ายราคาเต็ม
สถานการณ์ที่ 5 — ต้องคุมงบประมาณ
→ Skytree เฉพาะชั้น 350m (~$14) ชนะ หากคุณต้องการประสบการณ์ดาดฟ้ากลางแจ้งเต็มรูปแบบเพียงแห่งเดียวแบบไม่มีข้อประนีประนอม Shibuya Sky ($17) ย่อมชนะ Skytree แบบรวมสองชั้น ($21) แต่ถ้าคุณกำลังเลือกตั๋วชั้นเดียวที่ราคาถูกกว่า ระดับพื้นฐานของ Skytree คุ้มค่ากว่า
ทางเลือกฟรี (และราคาถูก) ที่ควรรู้จัก
วิวดี ๆ ในโตเกียวไม่ได้ต้องใช้เงินก้อนใหญ่เสมอไป:
- Tokyo Metropolitan Government Building (Shinjuku) — สูง 202m / 663ft, เข้าชมฟรีทั้งหมด, เปิดถึง 10:30pm และโดยปกติใช้เวลาต่อคิว 10–15 นาที เหมาะอย่างยิ่งสำหรับลองดูก่อนว่าคุณชอบจุดชมวิวหรือไม่
- Carrot Tower (Sangenjaya) — สูง 124m / 407ft มีจุดชมวิวชั้น 26F ให้เข้าฟรี แทบไม่มีนักท่องเที่ยวรู้จักมากนัก วิว Tokyo Tower สวย และในวันที่อากาศแจ่มใสยังเห็น Mt. Fuji ได้ด้วย
- Sunshine 60 Observation Deck (Ikebukuro) — สูง 251m / 823ft ค่าเข้าประมาณ $4 เป็นจุดชมวิวแบบเสียเงินที่ราคาถูกที่สุดในเมือง
กลยุทธ์สำหรับทริป 5+ วัน
- Day 1: Tokyo Metropolitan Government Building (ฟรี — ใช้ทำความคุ้นเคยกับเมืองและดูว่าคุณชอบจุดชมวิวหรือไม่)
- Day 3: Shibuya Sky (อากาศแจ่มใส + จองช่วงพระอาทิตย์ตกล่วงหน้าอย่างน้อยสองสัปดาห์)
- Day 4: Skytree ตอนเช้า (ชมวิว Mt. Fuji + เดินทางต่อไป Asakusa เพื่อรับประทานอาหารกลางวัน)
อย่าอัดทั้งสามแห่งไว้ในวันเดียวกัน อาการล้าจากการชมจุดชมวิวมีอยู่จริง — พอถึงแห่งที่สาม คุณจะมองพาโนรามาสุดอลังการตรงหน้าแต่กลับไม่รู้สึกอะไรเลย
เคล็ดลับการถ่ายภาพ
ที่ Shibuya Sky
- จัดตำแหน่งตัวเองที่ขอบ Sky Stage ซึ่งมองลงไปยัง Shibuya Crossing — ภาพมุมสูงที่ดูเหมือนฝูงมดนี้คือช็อตไอคอนิก
- ใช้โหมด HDR บนโทรศัพท์ระหว่างพระอาทิตย์ตก — ความต่างระหว่างท้องฟ้าที่สว่างจ้ากับถนนที่อยู่ในเงามืดนั้นสูงมาก
- ใช้เลนส์มุมกว้าง (เทียบเท่าต่ำกว่า 24mm) เพื่อถ่ายภาพพาโนรามาได้อย่างเต็มที่
ที่ Skytree
- แนบเลนส์ให้ราบกับกระจก และใช้มือบังรอบเลนส์เพื่อลดแสงสะท้อน ผ้าไมโครไฟเบอร์สีเข้มช่วยได้ดียิ่งกว่า
- พื้นกระจกที่ระดับ 450m — ถ่ายลงด้านล่างด้วยเลนส์มุมกว้างเพื่อเก็บทั้งเท้าของคุณและทิวทัศน์เมืองเบื้องล่าง ให้ความรู้สึกหวาดเสียวแบบดีที่สุด
- พกแบตเตอรี่สำรอง — แบตโทรศัพท์จะหมดเร็วกว่าที่คิด
FAQ
Q: ถ้าอากาศแย่ลง ขอเงินคืนได้ไหม? A: Shibuya Sky อนุญาตให้ขอคืนเงินได้ถึง 24 ชั่วโมงก่อนเวลาที่จอง ส่วน Fast Skytree Tickets ขึ้นอยู่กับผู้ให้บริการ ในกรณีส่วนใหญ่ สภาพอากาศเลวร้ายในวันเข้าชม ไม่ถือเป็นเหตุผลที่ขอคืนเงินได้ — จองช่วงเวลาที่คุณสามารถยืดหยุ่นได้
Q: ไปทั้งสองแห่งในวันเดียวได้ไหม? A: ในแง่ร่างกายทำได้ แต่จะสนุกหรือไม่นั้นอีกเรื่อง หากจำเป็นต้องไปจริง ๆ: Skytree ตอน 10:30am → รับประทานอาหารกลางวันที่ Asakusa → จองช่วงพระอาทิตย์ตกของ Shibuya Sky ตอน 5:30pm พกรองเท้าที่ใส่สบายและของว่างไปด้วย
Q: มีจำกัดเวลาการเข้าชมหรือไม่? A: Shibuya Sky จำกัดเวลา 75 นาที นับจากเวลาเข้า ส่วน Skytree ไม่มีจำกัดเวลา แม้จะปิดตอน 10pm
Q: ดาดฟ้าของ Shibuya Sky ปิดเมื่อมีลมแรงไหม? A: ปิด หากความเร็วลมสูงกว่าประมาณ 33mph (15m/s) Sky Stage จะปิด และผู้เข้าชมจะถูกนำไปยังชั้น 46F ในอาคาร คุณจะได้รับเงินคืนบางส่วน แต่ก็ยังน่าผิดหวังอยู่ดี — เช็กพยากรณ์อากาศก่อนเดินทาง
Q: มีร้านอาหารด้านบนไหม? A: Shibuya Sky มี Paradise Lounge อยู่ที่ชั้น 46F — ค่าเข้าโดยประมาณ $20 และรวมค็อกเทลหนึ่งแก้ว ส่วนชั้น 350m ของ Skytree มี Musashi Sky Restaurant พร้อมคอร์สอาหารค่ำเริ่มต้นประมาณ $65+ ทั้งสองแห่งต้องจองแยกต่างหาก
บทสรุป
สำหรับการมาโตเกียวครั้งแรก Shibuya Sky ชนะในด้านประสบการณ์โดยรวม — ดาดฟ้ากลางแจ้งนั้นให้ความรู้สึกแตกต่างจากที่อื่นในญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ส่วน Skytree ชนะในด้านวิว Mt. Fuji และความคุ้มค่าสำหรับกิจกรรมเต็มวัน โดยเฉพาะหากคุณเดินทางกับครอบครัวหรือวางแผนเที่ยวควบคู่กับ Asakusa
ทั้งสองแห่งล้วนดีจริง และไม่มีที่ไหนเป็นกับดักนักท่องเที่ยว
หากคุณยังวางแผนทริปโตเกียวอยู่ ลองดู แผนเที่ยวโตเกียวด้วยตัวเอง 3 วัน — เราจัด Shibuya Sky ไว้แล้วใน Day 2 ให้เป็นไฮไลต์ชมพระอาทิตย์ตก
ความคิดเห็น
ยังไม่มีรีวิว — เป็นคนแรกสิ!



